Tag Archives: Wakkanai

677 | วัคคาไน-วาคาราไน | day 08

วันนี้ตื่นมาอย่างสดชื่น เมื่อคืนแม้จะหนาวไปบ้างแต่ก็หลับสบาย ถุงนอนไม่ทรยศ ออกมาจากเต็นท์ฟ้ายังไม่สว่างมาก เป็นสีน้ำเงินเข้ม เมฆก็ยังบังยอดเขาริชิริเหมือนเดิม แถมด้วยฝนตกนิดๆ อีกต่างหาก ออกมาเดินเล่นแป๊บเดียวก็โดนละอองฝนหนาวจนสั่น

วันนี้จะปั่นไปท่าเรือโอชิโดริเพื่อนั่งเรือกลับไปวัคคาไน ระยะทางก็ไม่ไกลมาก ราวๆ 15 กิโล เก็บข้าวเก็บของสักพักก็ออกไปตอนตีห้าสิบห้า ฟ้าสว่างแล้ว ไม่เสียค่ากางเต็นท์เพราะว่าไม่มีคนมาเก็บ (มีป้ายเขียนว่าจะมาตอนเช้าหรือตอนเย็น) สรุปว่าคืนนี้นอนฟรีอีกแล้ว

ปั่นผ่านเมืองคัตสึงาตะอีกรอบ เมืองตอนเช้าก็สวยดี แต่ยังไม่ได้แวะหาอะไรกินเพราะเซโก้มาร์ทยังไม่เปิด เซโก้มาร์ทไม่ได้เปิด 24 ชั่วโมงนะ เปิดหกโมงเช้าถึงสี่ทุ่ม ปั่นเลียบทะเลตามทางไปเรื่อยๆ ฝั่งซ้ายมือเป็นทะเลฝั่งขวามือเป็นภูเขาริชิริ บางช่วงเข้าใกล้ริชิริมากจนรู้สึกถึงความยิ่งใหญ่ของภูเขา แต่กระนั้นเลย ตลอดข้างทางก็ช่างว่างเปล่าเหลือเกิน…

พอใกล้ถึงท่าเรือก็เจอเซโก้มารท์เลยแวะกินข้าวหน่อย เลยไปนิดนึงก็เจอทางขึ้นแหลมเปชิ เป็นจุดชมวิวที่มีชื่อเสียงอยู่ เพราะว่าอยู่ใกล้ท่าเรือเลยแวะกันแทบทุกทัวร์ จอดจักรยานข้างล่างแล้วก็ค่อยๆ เดินขึ้นไป ถึงจะทำทางเดินไว้เรียบร้อย แต่พอขึ้นไปสูงๆ ก็เหนื่อยอยู่ ยิ่งมองลงมาข้างล่างทีเสียวท้องน้อย ร่วงไปนี่ดังข้ามประเทศแน่ๆ

ตอนที่ถ่ายภาพนี้ ข้างล่างน่าจะกำลังมีคนรื้อกระเป๋าอยู่

พอถึงกลางทาง มองไปเห็นเขาริชิริเปิดยอดหมดแว่บนึง แหมนึกว่าอุตส่าห์มาถึงที่จะไม่ได้เห็นเต็มๆ ซะแล้ว ที่ปลายสุดของแหลมมีเสาหลักอันนึง เอาให้ถ่ายรูปเช็คพอยท์? ดูในรูปละกัน สูงน่ากลัวดี ตอนขาลงสวนกับคนมาออกกำลังกายตอนเช้าสองสามคน พอใกล้จะถึงมองลงที่จักรยาน เอ๊ะทำไมมีเศษอะไรขาวๆ หล่นอยู่ข้างๆ

พอลงไปดูใกล้ๆ… โดนรื้อกระเป๋า!

ก็รู้อยู่แหละว่าจอดไว้ค่อนข้างไม่ระวัง แต่ในใจก็แอบอยากรู้ว่าประเทศแสนดี บ้านนอกแบบนี้จะสามารถไม่ระมัดระวังได้ถึงขนาดไหนกันแน่ ซึ่งของสำคัญและของมีค่าทั้งหมดพกติดตัวไว้แล้ว กระเป๋าตัง พาสปอร์ท โทรศัพท์ กล้อง กระเป๋าที่จักรยานมีแต่เสื้อผ้ากับอุปกรณ์จักรยาน ซึ่งถ้าซวยที่สุดคือโดนเอาไปทั้งจักรยานเลย ก็ยังพอเอาตัวรอดไปได้อยู่

เช็คแล้วพบว่าโดนรื้อไปนิดเดียว เสื้อหล่นมากองสองสามตัว ไม่มีอะไรหาย ทางนั้นคงรีบ พอไม่เจอของมีค่าอะไรก็ไป สงสารเหมือนกันนะ…อุตส่าห์รื้อ โกรธนิดๆ แหม เมื่อวานอุตส่าห์เอาโทรศัพท์ที่เจอไปคืน มาทำแบบนี้กันได้นะ

เก็บของแล้วก็ปั่นไปท่าเรือ ตั๋วกลับราคา 3400 เยน ขั้นตอนเหมือนเดิม งวดนี้นั่งนานก็หาที่นอนติดๆ กับปลั๊กไฟ ชาร์จโทรศัพท์ไปนอนไปสบายใจแฮ หลับไปเต็มอิ่มตื่นมาถึงวัคคาไนตอนสิบโมง ออกจากท่าเรือมาทำอะไรก่อนดี…

ก่อนอื่นคือต้องซื้อตั๋วรถไฟชินคังเซ็น ตามแผนคือจะขึ้นชินคังเซ็นที่เป็นรถเที่ยวกลางคืน รถออกจากวัคคาไนห้าโมงครึ่ง ที่เลือกเที่ยวนี้เพราะไม่ต้องต่อขบวน แบกจักรยานมันต่อขบวนยาก ราคาชินคังเซ็นจากวัคคาไนไปซัปโปโรปกติแล้วจะราวๆ 10,000 เยน ถ้านั่งรถทัวร์อาจจะถูกกว่าหน่อย แต่เนื่องจากอยากนั่งชินคังเซ็นแบบยาวๆ ไม่อยากนั่งรถทัวร์ แล้วไหนๆ ก็ไหนๆ อยากลองนั่งที่พิเศษ Green Seat ดูด้วย ซึ่งก็ต้องเพิ่มเงินอีก กลายเป็น 14,000 เยน

14,040 เยน

แพงเอาเรื่องทีเดียว แพงที่สุดในทริปแล้ว แต่ไหนๆ ก็ไหนๆ อ่ะนะ! ประหยัดค่าที่พักมาหลายวันแล้ว คงไม่ได้มาบ่อยๆ ด้วย จองตั๋วจ่ายตังเสร็จก็เอาของไปเก็บในล๊อกเกอร์ฝากของที่สถานี เตรียมเที่ยววัคคาไน เวลาบานตะไท รถออกตั้งห้าโมงเย็น

โดมอะไรไม่รู้ ไปดูใกล้ๆ ไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยว

เป้าหมายแรกคือไปสำรวจแลนด์มาร์คของเมือง กำแพงกันลมโบฮาเทย์โดม แวะถ่ายรูปเท่ๆ นิดหน่อย จากนั้นก็ตรงไปโรงแรมวันก่อนเพื่อทวงคืนเสื้อแจ็คเก็ทที่ลืมเอาไว้ พอจำทางได้อยู่ ปั่นตรงไปเรื่อยๆ เดี๋ยวเดียวก็ถึงโรงแรม อธิบายกับรีเซ็ปชั่นแล้วเขาก็เดินเข้าห้องข้างหลังไปหยิบเสื้อมา เห้ยได้คืนเว้ย Faith in Humanity Restored! ระหว่างทางเจอตลาดของฝาก แบบที่ทัวร์ชอบแวะน่ะ เข้าไปเดินๆ ดูก็ไม่มีอะไรน่าสนใจนัก

กำแพงลม โบฮาเทย์โดม
ร้านอาหารรัสเซีย แต่ไม่มีซูชิ
อนุสาวรีย์โพนี่เทล?

ใกล้เที่ยงแล้วเลยหาอะไรกิน ตอนแรกจะกินร้านข้าวหน้าเนื้อ เดินเข้าไปแล้วไม่เจอใคร ปรากฎว่าร้านเปิดเย็นๆ… อดแด๊ก เลยไปแวะสุกิยะ สั่งข้าวหน้าปลาไหลแบบชุดพิเศษบึ้มๆ ปลาไหลเน้นๆ มาถึงปลาไหลก็เยอะจริงๆ ชิ้นหนาๆ เน้นๆ แต่พอกินก็เฉยๆ อ่ะ… ครือๆ กับปลาดุกป่ะวะ… ถึงจะเป็นแค่ร้านสุกิยะก็เหอะ แต่มันก็ปลาไหลนะเออ…

ข้าวหน้าปลาไหล + เนื้อ

สำรวจวัคคาไนต่อ คือเมืองวัคคาไนเนี่ยมันก็เป็นเมืองเงียบๆ ไม่ได้มีสถานที่ท่องเที่ยงอลังการอะไร เป็นเมืองธรรมดาๆ ยิ่งเป็นตอนกลางวันวันธรรมดา ก็ยิ่งธรรมดาขึ้นไปอีก ปั่นผ่านร้านเกมเซ็นเตอร์ก็เลยแวะเสียหน่อย ในร้านส่วนมากเป็นเครนเกมเพื่อจับลูกค้ามักเกิล แล้วมีตู้ Fate Grand Order มาลงด้วย ตั้งเรียงกันอลังการทีเดียว หยอดเครนเกมเอาฤกษ์เอาชัยไป 100 เยน อยากได้ EXQ ฮาจิคุจิ… แน่นอนว่าคีบได้แต่ลม

ปั่นย้อนกลับไปถึงสถานีรถไฟแล้วก็ออกไปถนนที่ขนานกัน มีวัดอะไรไม่รู้วัดนึง ไวนกลับไปอีกด้าน เจอร้านหนังสือดูใหญ่ดี เลยเข้าไปเดินเล่นพักผ่อน แต่แม็กกาซีนทุกเล่มถูกมัดไว้หมด เปิดดูไม่ได้เลยจ้ะ…

มานึกได้ตอนนี้วาพลาดอะไร จริงๆ น่าจะไปอควเรียมที่โนชัปปุซะหน่อยนะ ห่างไป 4 กิโล ร่ำลือว่าเป็นอควอเรียมที่อนาถามาก… อยากเห็นความอนาถากับตา

วัคคาไนเป็นเมืองที่…ไม่มีอะไรจริงๆ หลังจากเดินเล่นในสวนสาธารณะที่ไม่มีอะไรพิเศษก็ไม่รู้จะไปไหนแล้ว เลยกลับมาที่สถานีรถไฟ เอาจักรยานแพ็คลงถุงให้เรียบร้อยแล้วไปรอข้างในดีกว่า ข้างในอุ่นดี พอเข้ามานั่งก็มีชายคนนึงมาทัก ชวนให้ตอบแบบสอบถาม แบบสอบถามแผ่นใหญ่มาก เท่ากระดาษ A2 ถามเกี่ยวกับการท่องเที่ยว มาทำอะไร แวะที่ไหนมามั่ง ก็ทำๆ ไป ผู้ชายคนนั้นก็คุยด้วยนิดหน่อย พอบอกว่าเป็นคนไทยเขาเลยเล่าว่าเคยไปอยุธยาบลาๆ ตอบเสร็จก็ได้คุ๊กกี้มาชิ้นนึงเอาไว้กินเล่น

คนที่เดินออกมาจากสถานีวัคคาไน 4 ใน 5 คนพอเห็นป้ายก็จะต้องเล่นมุขวาคาราไน
พีคของรูปนี้คือเสาข้างบนหายไปในหมอก

สถานีรถไฟวัคคาไนจริงๆ ถือว่าหรูหราทีเดียว (แต่อย่าเทียบกับสถานีตามหัวเมืองใหญ่) น่าจะสร้างขึ้นใหม่ไม่นานนัก ชั้นบนเป็นโรงหนังในตัวด้วย วันนี้มีกินทามะกับมิไรโนะมิโรฉาย อยากดูมิไรนิดหน่อย แต่เวลาไม่พอ ก็นั่งๆ นอนๆ ในสถานีรอเวลาไป มีโซนแกลเลอรี่ภาพจากประกวดวาดภาพอะไรไม่รู้ แล้วก็ภาพถ่ายฮอกไกโดจากที่ต่างๆ วนดูอยู่หลายรอบกว่ารถไฟจะมา

แถวนี้ป้ายจะมีภาษารัสเซียด้วย
จุดสิ้นสุดรางรถไฟ
มิไรโนะมิไร กับ จูราสสิคเวิร์ล

รถไฟขบวนนี้ชื่อว่า Super Soya น่าจะดังพอตัวอยู่ คนมารอถ่ายรูปที่หัวขบวนกันเพียบ เพราะตรงนี้คือจุดปลายสุด เหนือสุดของทางรถไฟแล้ว รีบหิ้วจักรยานขึ้นรถไฟอย่างรวดเร็ว (กลัวตก 55) เอาจักรยานซุกด้านหลังของเก้าอี้หลังสุดแล้วก็หาที่นั่งตัวเอง ที่นั่งกรีนซีทเพราะอยากให้มั่นใจว่าจะมีที่นั่งตัวเองและที่วางจักรยาน ไม่เกะกะคนอื่นนี่แหละ

ซุปเปอร์โซยะคิต๊า

สรุปว่าตู้กรีนซีทมีคนนั่งทั้งหมดสามคน กุ ผู้หญิง แว่น สิริรวมสามคนไม่ขาดไม่เกิน แถมตู้ถัดไปที่เป็น Reserved ก็มีคนนั่ง 1 คน ที่เป็น Non-Reserved มีคนนั่ง 2 คน… มิน่า ได้ยินว่า JR มีแผนจะยกเลิกรถชินคังเซ็นเส้นทางนี้เพราะไม่มีคน มันไม่มีคนแบบนี้นี่เอง

ตอนรถออกก็เริ่มมืดล่ะ แถมนั่งไปแป็บเดียวตาแว่นก็ลง… นายตรวจมาเดินตรวจตั๋วก็ดันหาตั๋วไม่เจออีก นึกว่าซวยแล้วมึง ล้วงไปล้วงมาหาเจอ แทบหัวใจวาย หมื่นสี่พันเยนนะมึง… ที่นั่งกรีนซีทจะเป็นแบบเดี่ยว เก้าอี้ตัวใหญ่ มีช่องเสียบชาร์จ USB ส่วนตัว ก็ชาร์จแล้วก็เตรียมตัวนอน

สักพักนายตรวจวนกลับมาถามว่าจักรยานข้างหลังของผมหรือเปล่า ก็ตอบไปว่าใช่ นายตรวจบอกว่าถ้าคนขึ้นมานั่งตรงที่เอาจักรยานไปซุกไว้ข้างหลัง ให้ย้ายจักรยานไปวางตรงที่เก็บของด้านหลังแทน แน่นอนว่าอธิบายเป็นภาษาญี่ปุ่น ฟังออกแค่เล็กน้อยแต่เดาได้ บางทีก็สงสัยเหมือนกันว่าทำไมคนญี่ปุ่นถึงอธิบายเป็นภาษาญี่ปุ่นอย่างเต็มปากเต็มคำทั้งๆ ที่หน้าตาคนฟังไม่มีวี่แววว่าจะฟังภาษาญี่ปุ่นออกเลยก็ตาม

รถไฟไม่มีคนจริงๆ ตั้งแต่วัคคาไนจนถึงซัปโปโรไม่มีคนขึ้นเพิ่มที่ตู้กรีนซีทเลยแม้แต่คนเดียว ของขายใดๆ ก็ไม่มี หิวก็ต้องอดทนไว้ ซึ่งที่จริงแล้วกะจะถ่ายรูปวิวแต่นั่งไปได้แป๊บเดียวก็โดนเก้าอี้ดูดวิญญาณ หลับยาวจนถึงซัปโปโร หลับขนาดที่ว่ารถไฟจอดแล้วก็ยังหลับอยู่ นายตั๋วมาเห็นเข้าเลยปลุก พอตื่นมาตกใจรีบเก็บของแล้วไปแบกจักรยานอย่างรีบร้อน ดีนะเนี่ยที่ลงสถานีปลายทาง ถ้าลงระหว่างทางนี่หลับเลยแน่นอน

ซัปโปโรโยโคโซะ…. ปาเข้าไปเกือบห้าทุ่ม ติดต่อมิตรสหายที่รออยู่ที่ห้องเรียบร้อย ทางนั้นบอกว่าไม่ล๊อคประตูนะ เผื่อว่าหลับแล้วไม่ได้ออกมาเปิด ก็นั่งประกอบจักรยานหน้าสถานีแล้วปั่นผ่านสวนโอโดริไปเรื่อยๆ ตอนนั้นไม่รู้หรอกว่าสวนหน้าตายังไงเพราะมืดไปหมด รู้แต่ว่าปั่นๆ หยุดๆ ติดไฟแดง นี่แหละการปั่นจักรยานอินแจเปนที่ถูกต้อง!

แวะซื้อแซนด์วิชกับน้ำที่เซเว่นนิดนึง เป็นครั้งแรกที่แวะเซเว่นจริงๆ ไม่ใช่เซโก้มาร์ท ปั่นไปสักพักค่อยๆ ดูแผนที่จนเจอห้อง Airbnb ที่จองไว้ ทางเข้าลึกลับเอาเรื่องอยู่ มองภายนอกหน้าตาเหมือนหอพักสตรี เอาจักรยานจอดในห้องเก็บของแล้วขึ้นบันไดไป ห้องไม่ได้ล๊อคตามที่ตกลงกันไว้ คุณ E หลับสบายในห้องนอน ห้องดีมาก กว้าง อุปกรณ์เยอะ ยังไม่ทันได้ลองอะไร กินแซนด์วิชอาบน้ำแล้วก็นอน

ของกินวันที่ 8 + รายจ่าย

  • ซารุราเมง¥ จากเซโก้มาร์ท รสชาติดีกว่าที่คิด
  • โค้ก 120¥
  • เรือเฟอรี่ 3,600¥
  • กาแฟกระป๋อง 130¥
  • ตั๋ว Wakkanai – Sapporo Grean Seat 14,040¥
  • ข้าวหน้าปลาไหล + เนื้อ สุกิยะ 1,290 พอกินได้ อร่อยน้อยกว่าที่คิด
  • น้ำ Green Dakara 110¥
  • แซนด์วิช 350¥ ของเซเว่น กลางๆ พอกินได้
  • น้ำโซดา 100¥

วันนี้มันก็จะจืดๆ หน่อย เพราะไม่ได้เที่ยวอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลย