Tag Archives: Kyoto

611 | Day 8 เลียบโยโดไปโอซาก้า

หลังจากเที่ยวเกียวโตมาสองวัน ก็ถึงเวลาต้องลาจากกันเสียที วันนี้ก็ตื่นตีห้าไมโครเวพเสบียงจากเมื่อวานกิน แล้วก็เริ่มเคลียร์ของที่อยู่ในห้องและตู้เย็นให้เรียบร้อย น้ำอะไรเหลือก็กินให้หมด ขยะก็ใส่ถุงให้หมด บ้านของอาสึชิจะมีถังขยะใบใหญ่ให้หนึ่งใบ ใหญ่มากทีเดียวก็เลยใส่ขยะได้ไม่มีปัญหา เอากุญแจหย่อนคืนทางตู้ไปรษณีย์ โอสึคาเระซามะ อาสึชิซัง ออกจากบ้านประมาณแปดโมงครึ่ง ถือว่าสายถ้าเทียบกับวันอื่นๆ แต่โครงการวันนี้คือปั่นจักรยานไปโอซาก้า ระยะทางก็แค่ประมาณ 50 กิโล และเผื่อเวลาไว้ทั้งวันก็เลยไม่มีความจำเป็นต้องรีบมากนัก พอออกมาตอนแปดโมงครึ่งก็เลยเจอแก๊งค์เด็กนักเรียนรีบปั่นไปโรงเรียนให้ทันก่อนสาย ความกดดันนี้ทำให้แต่ละคนปั่นกันหน้าตั้งทีเดียว…

บาย บ้านอาสึชิ

บนสะพานลอยก่อนออกจากเกียวโต

ทางออกถนนเลียบแม่น้ำ จักรยานจะต้องลอดช่องทางขวา

ทางในวันนี้จะเลาะแม่น้ำคัตสึระลงไปเรื่อยๆ เพื่อไปหาแม่น้ำโยโด แต่ตอนออกจากเมืองนี่ก็วุ่นวายอยู่ ยังไม่เคยลงมาด้านนี้ของเมืองมาก่อนเลยใช้เวลาค่อนข้างมาก มีจังหวะเข็นลงเนินแล้วจักรยานมันเอียงเลยจับไว้ ปรากฏว่ากระเป๋ามันหนักข้อมือเจ็บซะงั้น โชคดีที่ไม่หนักเท่าไหร่ เวลาขี่จักรยานไม่มีปัญหา เลาะเมืองเรื่อยๆ จนมาจรดกับแม่น้ำคัตสึระสำเร็จ จะมีทางเข้าถนนเลียบแม่น้ำโดยมีตัวกั้นไม่ให้รถยนต์เข้า ดังนั้นตลอดทางก็ไม่มีรถยนต์ และก็แทบไม่มีจักรยานคันอื่นเลยด้วย ทางเลียบแม่น้ำนั้นจะมีสองชั้น ชั้นบนกับชั้นล่าง ชั้นบนมันวิวดีกว่าก็เลยวิ่งแต่ชั้นบน…. ก็ได้เห็นสภาพการใช้ชีวิตของคนแถวนี้ ปั่นดูโน่นดูนี่เพลินๆ ไม่เร็วมากนัก มามีปัญหาตรงจุดตัดแม่น้ำคัตสึระรวมเข้ากับแม่น้ำโยโด ตรงนี้จะต้องออกมาขึ้นสะพานลอยข้ามถนนไปมา หลงอยู่พักใหญ่กว่าหลุดออกไปได้ แต่พอเข้าทางเลียบแม่น้ำโยโดได้ก็ไม่มีปัญหาแล้ว ตรงตลอด


ถนนแถวนี้ก็จะประมาณนี้ตลอดทาง

ตั้งแต่ตรงนี้จะเป็นทางยาวเลียบแม่น้ำ ไม่มีสถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่ออะไรเลยไม่รู้จะเล่าอะไรเป็นลำดับดี รูปถ่ายมาก็จะคล้ายๆ กัน ก็เลยใช้วิธีเล่าเป็นเหตุการณ์ที่พอจะจำได้ละกัน

– ลุงตีซ้อมกอล์ฟในซอยตัน
ตรงจุดเชื่อมแม่น้ำที่ต้องเลาะไปเลาะมา ปั่นตาม GPS มั่วไปเรื่อยจนหลุดไปด้านหลังโรงงานอะไรสักอย่าง เจอลุงคนนึงเหมือนซาลารี่แมน ใส่เสื้อเชิ้ตแต่งตัวเรียบร้อยกำลังซ้อมกอล์ฟอยู่กลางถนน พอผมปั่นเข้าไปเขาก็ทำท่าตกใจเหมือนไม่น่าจะมีคนมาทางนี้ แล้วก็ชูไม้ชูมือบอกประมาณว่าอย่าไปทางนี้ ก็พอจะเดาได้ว่าลุงจะบอกว่าทางนี้ไปไม่ได้ แต่ไม่ลองเข้าไปก็ไม่รู้! พอเข้าไปก็เป็นซอยตัน…. ปั่นกลับออกมาลุงแกก็ยิ้มๆ เหมือนจะบอกว่า “กุบอกมึงแล้ว…” ก็ได้แต่ยิ้มแหะๆ ตอบลุงแกไป

– โรงเรียนประถม
ระหว่างที่ปั่นอยู่บนทางเลียบแม่น้ำชมวิวไปพลางๆ ก็เห็นโรงเรียนประถมอยู่ลิบๆ ที่สนามมีเด็กนักเรียนกำลังวิ่งแข่งกรีฑากันอยู่ เป็นเด็กผู้หญิงแข่งกับเด็กผู้ชาย พอดีมีจุดพักรถก็เลยจอดแล้วหยิบกล้องจะถ่าย เนื่องจากไกลมากเลยกล้าถ่าย ฮ่าๆ ใกล้ๆ คงโดนตำรวจับ… แต่พอหยิบกล้องออกมาก็แข่งกันเสร็จแล้ว อาจารย์ก็เรียกมานั่งเข้าแถวกันแล้ว ครูก็พูดอะไรไม่รู้สักพักก็ปล่อยนักเรียนขึ้นตึกเรียนไป

โรงเรียนประถม

ถ่ายไม่ทัน ครูเรียกเด็กมานั่งหมดล่ะ

ซูมเข้าไปครูก็หล่ออยู่นะเนี่ย

– ถนนดอกไม้
ถนนแถวนี้จะค่อนข้างหลากหลาย มีตั้งแต่ถนนกว้างๆ ถนนเพิ่งทำเสร็จใหม่เอี่ยม ถนนที่เน่าจนขรุขระ (แต่ยังดีกว่าถนนแถวบ้าน…) ที่แปลกสุดก็คือปั่นๆ อยู่ถนนหายเว้ย กลายเป็นทางลูกรัง แต่พอปั่นๆ ไปกลายเป็นถนนกลางดงหญ้า แถมยังมีดอกไม้เยอะแยะ สวยดี เหมือนปั่นกลางสวนดอกไม้




ถนนสามเลน มึนไปเลย

– ลอว์สันกับนกกระจอก
พอปั่นไปได้ระยะนึงก็เริ่มหิวข้าว เนื่องจากถนนเลียบแม่น้ำมันเป็นถนนด้านหลังจึงไม่มีร้านค้าข้างทางอะไรเลย แต่มีช่วงนึงที่มันไปขนานกับถนนใหญ่แล้วมีลอว์สันอยู่ กลายเป็นแลนด์มาร์คของคนปั่นจักรยานไปเลยว่าถ้าปั่นเส้นนี้จะต้องแวะลอว์สันสาขานี้ (เคยเห็นในกระทู้พันทิป) พอเห็นก็รีบจอดแล้วข้ามถนนลงไป จักรยานจอดมันริมทางนั่นแหละ ไม่ได้ล๊อคด้วย (คนจะผ่านมายังแทบไม่มี…) พอเข้าลอว์สันก็ซื้อแกงกะหรี่ไข่กับขนมอะไรสักอย่างคล้ายๆ ขนมไข่ แล้วไปนั่งกินที่บันไดริมตลิ่งแม่น้ำ แถวนี้ขยะตรึม… สูสีเมืองไทยเลย แต่ปัญหาใหญ่คือแกงกะหรี่ไข่ไม่ค่อยอร่อยอ่ะ… ก็นั่งๆ กินอยู่เอ๊ะทำไมนกกระจอกมันมานั่งดูกรูกินข้าว กินไปสักพักมันเริ่มเรียกพวก กลายเป็นสี่ห้าตัวละ มาใกล้มาก เลยเอาขนมไข่(คิดเอง)โยนให้ มันก็คาบไปกินอย่างไว ค่อยๆ วางไว้ใกล้ๆ มันก็มากินใกล้ๆ ไปๆ มาๆ กลายเป็นนกกระจอกมานั่งรอกันเต็มเลย… ขนาดเศษแกงกะหรี่มันยังกิน พอกินเสร็จก็เจอปัญหาใหญ่ที่สุดในเจแปน นั่นก็คือไม่มีถังขยะ… พอเข้าใจแล้วว่าทำไมตรงเมื่อกี้มันขยะเยอะ


ไม่ได้นั่งกินตรงนี้หรอกนะ ไม่ได้ถ่ายรูปไว้ แต่นั่งตรงบันไดคล้ายๆ แบบนี้แหละ

– แมวโฮมเลส
หลังจากที่ขาดธาตุแมวมาหลายวัน ในที่สุดวันนี้เราก็ได้เจอกับแมวแล้ว! พอปั่นถึงช่วงกลางๆ ก็เจอแมวตัวแรก เป็นแมวสีเหลือง พอจอดวิ่งไปถ่ายรูปมันก็วิ่งหนีหลบเข้าพงทันที… แต่พอปั่นไปสักพักก็เจออีกตัว เป็นสีดำส้มล้มๆ ตัวนี้ไม่ค่อยกลัวคน แต่ก็ไม่ถึงกับจับเล่นได้ พอเข้าไปถ่ายรูปได้ ถ่ายอยู่สักพักมีเพื่อนมันมาแอบดู แต่เพื่อนมันนี่ไวมาก เข้าใกล้ไม่ได้ ยืนจ้องตากันสักพักมันก็เลี้ยวเข้าไปในพงหญ้า ก็เลยตามเข้าไป โห มันเป็นเหมือนอาณาจักรแมวข้างใน มีคนมาย่ำๆ กอหญ้าด้านในให้เรียบโดยทิ้งส่วนริมถนนไว้เหมือนเป็นกำแพง มีจานอาหารแมว มีน้ำ และมีแมวซุ่มอยู่ในนี้หลายตัวเลย คาดว่าน่าจะสร้างโดยคนไร้บ้านแถวนี้ ญี่ปุ่นจะมีคนไร้บ้านมาอาศัยอยู่ตามริมแม่น้ำ พวกนี้บางทีก็ไม่ใช่ว่าจน…แค่กุติสต์ แมวพวกนี้ก็อาจจะเป็นเพื่อนเขา(หรือพวกเขาอาจจะเป็นทาสของแมวเหล่านี้อีกที) ระหว่างที่ปั่นผ่านก็เห็นบ้านโฮมเลสสร้างเองอยู่หลายที่ ก็เลยคิดว่าคนไร้บ้านพวกนี้น่าจะสร้างพื้นที่ให้แมวอยู่ด้วย แมวแถวนี้ก็อ้วนท้วนสมบูรณ์ดี ท่าทางจะกินดีอยู่ดีทุกตัว

แมวตัวแรกที่เจอในรอบสามวัน



ไอ้พวกเรียลจูเอ้ย!

อันนี้คนละตัวนะ

บางคนอาจจะรู้ว่าแมวสามสีจะเป็นตัวเมียเกือบร้อยเปอร์เซนต์ จริงๆ แมวแบบนี้ก็จะเป็นตัวเมียเหมือนกันนะ จริงๆ มันก็คือแมวสามสีแหละ แต่มันไม่ค่อยมีสีขาว
ด้านในที่เป็นโพรงอาณาจักรแมว พร้อมข้าวปลาอาหาร

– ปั่นซ้อม
ถนนจากเกียวโตไปโอซาก้านั้นค่อนข้างหลากหลายและทำความเร็วได้ไม่มาก แต่บางช่วงเป็นทางโล่งเรียบสวยทีเดียว มีช่วงนึงเจอหนุ่มคนนึงมาปั่นซ้อมระยะสั้น วนไปวนมา ผมจอดถ่ายรูปแมวเขาก็ยังคงวนไปวนมา ในใจอาจจะคิดว่าไอ้ไกจินคนนี้มันเอาศพมาทิ้งหรือเปล่าวะ… แต่หนุ่มคนนี้ก็แค่ปั่นไปปั่นมา ไม่มีมีการปฏิสัมพันธ์อะไรมากกว่านี้




สะพานอะไรลืมแล้ว…


ดอกหญ้า


– Esaka
เส้นทางจากหลังม.เกียวโตจนถึงโอซาก้านั้นแค่ประมาณ 40-50 กิโล จึงไม่ได้ใช้เวลาอะไรมาก ขนาดออกช้าก็แล้วเอ้อระเหยก็แล้วยังมาถึงโอซาก้าตอนบ่ายสาม นัดกับอายามิเจ้าของบ้านไว้ตอนห้าโมงเย็นเพราะทางนั้นติดงาน ก็เลยว่าจะไปแดนศักสิทธิ์ Esaka เสียก่อน Esaka คืออะไร? ท้าวความตั้งแต่สมัยผมยังเด็กนั้นเป็นขาประจำเกมตู้ เกมโปรดเกมนึงก็คือ The King of Fighters โดยภาคที่ได้รับคำชมว่ายอดเยี่ยมที่สุดภาคนึงก็คือภาค 98 (เกมนี้สมัยก่อนจะเรียกชื่อตามปีที่ออก) ในภาคนี้เสตจของทีมญี่ปุ่นใช้สี่แยกที่ Esaka (เขตนึงของโอซาก้า) เป็นต้นแบบ สถานที่ที่จะไปก็คือสถานที่ซึ่งปรากฏในเกม The King of Figthers 98 นั่นเอง… พอไปถึงก็ไม่มีอะไร มันก็คือสี่แยกธรรมดา… แต่มีคุณค่าทางจิตใจกับคนเฉพาะกลุ่ม ยืนถ่ายรูปสี่แยกให้ตำรวจงงเล่นอยู่พักนึงก็ไปหาบ้านอายามิซังต่อ

ใน KOF98


ของจริง

– กางเกงขาด
เบาะจักรยานที่ซื้อมาจากไดโซะนั้นเป็นลักษณะตาข่าย เวลาปั่นจักรยานเบาะจะสีกับพับในของกางเกง ผมใส่กางเกงยีนส์ปั่น (บ้าป่ะ…) มันก็สีๆ กันไปเรื่อยๆ ตลอดทาง จนกระทั่งมาถึงโอซาก้าก็เอ๊ะทำไมรู้สึกโล่งๆ มองไปอ้าวเห้ย กางเกงขาดตรงพับใน ถ้ายืนหุบๆ ก็ไม่เห็นหรอก แต่อย่านั่งอ้าขานะ (แต่ยังดีไม่เห็นกางเกงใน…) ไปนั่งพักริมตลิ่งแม่คันซากิน้ำก็เจอเด็กนักเรียนมาซ้อมทรัมเป็ตแบบในยูโฟเนียม บรรยากาศดีมาก (ยกเว้นต้องนั่งหุบๆ)


ริมตลิ่งที่โอซาก้า

พอใกล้ๆ จะห้าโมงเย็นก็ออกตามหาบ้านของอายามิซัง ปรากฏว่าหลงเล็กน้อย GPS มันไม่ค่อยละเอียด วนไปวนมาด้านหลังเอาท์เล็ทอะไรไม่รู้จนในที่สุดก็เจอ บ้านอายามินั้นเท่มาก เป็นบ้านแบบญี่ปุ่นคลาสสิค เล็กๆ เก่าๆ แต่ว่าตั้งอยู่กลางระหว่างคอนโดสูงลิบสองแห่งอย่างไม่เกรงกลัว.. พอถึงหน้าบ้านก็ส่งข้อความหาอายามิซัง อายามิซังก็เปิดประตูออกมารับ อายามิซังน่ารักทีเดียว พูดภาษาอังกฤษคล่องและชัดมาก ออกแนวสาวมั่น ก็แนะนำวิธีไขกุญแจบ้านและบอกว่าตอนนี้อยู่กับพ่อสองคน แล้วก็ให้ดูห้อง ห้องที่นี่ค่อนข้างเล็ก เป็นสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ ไม่จัดแต่งใดๆ มีเตียงกับผ้าห่มเยอะแยะในตู้ ประตูห้องเบี้ยวๆ มีขนมรับแขกพองามกับน้ำหนึ่งขวด เอากระเป๋าเข้าตู้แล้วก็เปลี่ยนกางเกงขาดๆ เป็นกางเกงสบายๆ เพื่อจะออกไปเดินเล่น

บ้านอายามิซัง

อันนี้รูปจากในเว็บ airbnb ไม่ได้ถ่ายเอง

ภายในห้อง ห้องเล็ก แต่เอาของเก็บในตู้ได้ ในตู้ที่เยอะ

บ้านของอายามิจะอยู่ใกล้ๆ กับสถานีมิคุนิ จากที่เช็คตอนจองจะมีคนจองเต็มล่วงหน้าเป็นเดือนๆ เพราะว่าทำเลดีใกล้สถานี ใกล้คอนวิเนียนสโตร์ และราคาถูก ก็ออกมาเดินเล่นแถวๆ นั้น เป็นเมืองเรียบๆ แม้จะไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวแต่ก็มีร้านรวงครบครัน ร้านอาหารท้องถิ่นเยอะ เข้าไปเดินร้านหนังสือแล้วก็แวะร้านโน้นนี้ในสถานี ตอนแรกว่าจะกินราเมงกับข้าวผัดร้านที่เดินผ่าน แต่เจอย่านการค้าน่าเดินก็เลยแวะดู ร้านเริ่มปิดแล้วแต่เจอร้านราเมงสไตล์ท้องถิ่นแท้ๆ ร้านนึงยังไม่ปิด ไม่ค่อยมีคน ดูไม่วุ่นวายดีก็เลยแวะกิน มีลูกค้ากินราเมงซู้ดๆ อยู่โต๊ะนึง เจ้าของร้านเป็นลุงอิเคเมง ตอนหนุ่มๆ น่าจะหล่อไม่เบา สั่งโอสึสึเมะเซ็ต (ชุดแนะนำ) มา สั่งเป็นภาษาญี่ปุ่นด้วยนะ! ลุงกับป้าคนขายทำหน้าประหลาดใจเล็กน้อย พอมาเสริพก็น่ากินมาก แถมยังอร่อยเว้ย เป็นมื้อที่รู้สึกว่าคุ้มที่สุดตั้งแต่มาญี่ปุ่นเลย เสียดายที่ไม่มีเครื่องปรุงให้ มีแต่กระเทียมแห้ง ใส่เยอะๆ ก็อร่อยดีเหมือนกัน ขากลับเจอร้านคาราอาเกะยังเปิดอยู่เลยสั่งแบบเผ็ดติดกลับมาที่ห้องด้วย



หน้าสถานีมิคุนิ

ย่านการค้าตรงมิคุนิ ทุ่มนึงร้านปิดเกือบหมดแล้ว

ราเมงชุดโอสึสึเมะ จริงๆ มีเมนไทโกะกับคอมบุด้วย กระเทียมอบแห้งข้างหลังอร่อยดี

ร้านไก่ทอด มีเก้าอี้ให้รอหน้าร้าน

แกะไก่ทอดกิน แบบเผ็ดก็ไม่ได้เผ็ดอะไรเลย… ห้องน้ำบ้านอายามิก็เล็กๆ แต่น้ำร้อนฉิบหาย การปรับน้ำร้อนให้พอดีอาบนี่ก็ต้องใช้ประสบการณ์ระดับนึงทีเดียว วันนี้ไม่ได้แวะสถานที่ท่องเที่ยวแต่พรุ่งนี้จะเป็นทัวร์โอซาก้าแบบศิวิไลซ์เต็มวันในแบบนักท่องเที่ยวสามัญชนปนโอตะ-ตะลุยเด็นเด็น กลับคืนสู่รากเหง้าสักที

ของกินวันนี้
แกงกะหรี่ไข่ 460¥ ไม่ค่อยอร่อย ไม่เยอะด้วย
ขนมไข่ 130¥ ไม่รู้มันคืออะไร แต่หอมอร่อยนุ่มดี นกกระจอกก็ชอบกิน
น้ำชาอะไรสักอย่าง 110¥ น้ำชาขวดทั่วไป
ราเมงชุดโอสึสึเมะ 830¥ มีเมนไทโกะกับคอมบุแถมในเซ็ท อร่อยดี แต่ไม่ชอบเมนไทโกะ เลี่ยนๆ เอียนๆ
ไก่ทอดรสเผ็ด 330¥ อร่อย ร้อน แต่เผ็ดสามพริกแล้วก็ได้แค่นี้เร้อ

ไม่ได้งกของกินนะ…แต่มันไม่มีอะไรให้ซื้อ