662 | เรื่องนี้รินจังไม่เคยบอกไว้ | day 01

เครื่องถึงสนามบินชินจิโตเสะราวๆ เก้าโมงเศษๆ เข้าตม. คนนั่งข้างๆ เป็นผู้หญิง ไอไม่หยุดเลย…จะเป็นอะไรมั้ยเนี่ย พอเข้าสนามบินก็เขียนใบคำขอเข้าเมือง แต่ไม่มีปากกาก็เลยเขียนด้วยดินสอ ปรากฎว่าไม่ผ่านจ้า กลับไปเขียนใหม่ด้วยปากกาก็ผ่าน เจ้าหน้าที่ถามว่าไปไหน พอบอกว่าปั่นจักรยานไปนาโยโระเขาก็ตกใจ (เขียนที่พักเป็นที่นาโยโระ เพราะเป็นที่แรกที่ไม่ใช่แคมป์กราวด์) พอเขาเห็นว่ามาสองคนสองคันก็ให้ผ่านไปเลย

ภาพจากจุดชมวิว

กระเป๋าแพนเนียร์และกล่องจักรยาน กล่อง Felt หลอกลวงครับ ข้างในบ้านๆ

เข้าสนามบินมาก็เจอสไมล์โรด โดราเอมอน คิตตี้มาต้อนรับ เอาจักรยานในกล่องขึ้นรถเข็นแล้วก็เข็นไปเรื่อยๆ ภารกิจแรกก็คือ… หิว..หาอะไรกินก่อน เดินไปเรื่อยๆ เจอร้านรวงมากมาย บางร้านคนต่อคิวเยอะมาก แบบว่าจะมากินอะไรกันที่สนามบินแต่เช้าวะเนี่ย ก็เลยเข็นไปจนถึงฟู้ดเซ็นเตอร์ มื้อแรกหลังจากเหยียบฮอกไกโดก็คือ! ฮอกไกโดราเมงรวมมิตร มีปูด้วยนะ ก้ามเล็กๆ รสชาติก็อร่อยดี ปริมาณตามสมควร ราคา 1,000 เยน แพงหน่อย แต่กินประเดิมก่อนจะไปใช้ชีวิตอยู่รอดด้วยเซโก้มาร์ท…
ฟู้ดเซ็นเตอร์ ประดับด้วยโดราเอมอน

ราเมงปูข้าวโพดเนยหอยพันเยน

พออิ่มท้องก็เริ่มงานหลัก นั่นก็คือประกอบจักรยาน เข็นลงลิฟท์มามั่วๆ โผล่ลานจอดรถแล้วหามุมเหมาะๆ ไม่เกะกะชาวบ้านนั่งประกอบจักรยานกันสองคน จักรยานที่เอามาก็คันเดิม คันเดียวกับคราวที่แล้ว Fuji Pallette สีขาว สภาพสมบุกสมบัน (อ่านว่าเก่า) ตะแกรงหลังอันเก่าซื้อต่อมือสองชาวบ้านมา ไม่มีอุปกรณ์พิศดารอื่นใดๆ สำหรับคราวนี้ใช้กระเป๋าแพนเนียร์เซ็ทสามใบ ยี่ห้อ Roswel และมีกระเป๋ากันน้ำใบเล็กๆ เอาไว้ใส่ของสำคัญติดด้านหน้าอีกหนึ่งใบ ใช้เวลาสักพักใหญ่จักรยานทั้งสองคันก็ประกอบเสร็จเรียบร้อย ส่วนกล่องที่ขนมาก็ฝากยามหน้าประตูทิ้ง ยามบอกว่าให้เอาไปวางไว้ข้างใน ก็นะ… คุยกันมั่วๆ ใช่หรือเปล่าก็ไม่รู้….
สภาพตอนประกอบ
เดคิต๊า!

กว่าจะกินข้าวเสร็จประกอบจักรยานเสร็จก็ปาเข้าไปเที่ยงวันแล้ว แผนวันแรกนั้นต้องปั่นเป็นระยะทางแค่ 80 กิโล แต่ออกช้าแบบนี้อาจจะถึงค่ำได้ คงต้องรีบหน่อย ตอนแรกก็ออกมาทางเดียวกับที่รถทัวร์ออกแหละ แดดร้อนฮะ… นึกว่าอยู่เมืองไทยด้วยซ้ำ ยังไม่รู้สึกเลยว่าตอนนี้อยู่ญี่ปุ่นแล้ว ปั่นไปสักพักเพื่อนทักว่า ผิดทางป่ะ… ก็หันหัวกลับแล้วเริ่มใหม่ ขอบคุณการ์มินที่ช่วยให้เรามีวันนี้ แต่เป้าหมายแรกก่อนเป้าหมายแรกของวันนี้คือต้องไปร้านจักรยานก่อน เพราะสูบมือพกพานั้นอัดลมมากไม่ไหว ต้องไปหาสูบลมดีๆ สูบ ร้านจักรยานที่ใกล้ที่สุดนั้นห่างจากสนามบิน 2 กิโลเมตร (มาร์คตำแหน่งไว้แล้ว)

พอถึงร้านจักรยานก็ขอยืมที่สูบลมเขาสูบจนยางได้ความแข็งหน่อย เพราะขนของเยอะ ก่อนจะไปกันยาวๆ ต้องเตรียมตัวอีกนิด กระบอกน้ำก็ยังว่างเปล่า น้ำเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับการปั่นจักรยานทัวริ่ง แต่ยังไม่เจอร้านคอนวิเนียนก็เลยต้องกดจากตู้เอาไปก่อน น้ำขวดแรกหลังจากมาญี่ปุ่นเป็นชา Cylon ที่บอกว่าไม่ใส่น้ำตาลแต่กลับรสชาติหวาน เป็นอันเดียวกับที่กินตอนลงจากสถานีฟุคุยาม่าตอนไปชิมานามิเลย

หลังจากโอ้เอ้มาหลายอย่างก็เริ่มต้นการเดินทางกันเสียที ปั่นไปแป๊บเดียว แป๊บเดียวเท่านั้นก็พบว่า… ของหนักว่ะ นี่เราต้องแบกมันไปอีกหลายต่อหลายวันใช่มั้ย นี่เพิ่งวันแรกเอง ต้องแบกไปตลอดสินะ… กี่วันนะ…ช่างมันเหอะ ปั่นไปสักพักเจอคอนวิเนียนมาร์ท (จำไม่ได้ว่าร้านอะไร) เลยแวะซื้อน้ำขวดใหญ่ แล้วก็กล้วยเป็นเสบียงสำรอง กล้วยในคอนวิเนียนที่ญี่ปุ่นสามลูก 190 เยน ตกลูกละ 65 เยน (เกือบ 20 บาท) แต่ลูกใหญ่ยาวน่ากินดี

ตู้กดน้ำตู้แรก

วิธีปั่นก็ง่ายแสนง่าย ปั่นตามคันหน้าไปเรื่อยๆ เฮ… ไร้สมองมาก ฮ่าๆ จริงๆ ก็ดีแล้ว ไม่งั้นต้องจอดเช็คแผนที่บ่อยๆ มีเนวิเกเตอร์อยู่ก็สบาย ถนนช่วงแรกยังอยู่ในแถบชานเมือง พอมีบ้านคนบ้าง ไฟแดงเล็กน้อย อากาศไม่ร้อนแต่ก็ไม่หนาว ถนนมีไหล่ทางพอให้ปั่นจักรยานได้สะดวก ยังไม่มีเนิน ตอนนี้ก็ปั่นตามการ์มินอย่างเดียวเลย พอแยกไหนเลี้ยวมิตรสหายเราก็จะทำสัญญามือให้ เยี่ยมไปเลย! (เพิ่งจะเรียนรู้ว่าเขาทำกันแบบนี้) เลี้ยวไปเลี้ยวมาเจอฟางม้วนแบบมาร์ชเมลโลก็เลยถ่ายรูปไว้ก่อน วันนี้วันแรกก็ยังมีแรงเยอะอยู่ ปั่นตามได้โดยไม่โดนทิ้งห่าง ปั่นไปเรื่อยๆ เริ่มเป็นทุ่งล่ะ บ้านคนก็น้อยลงเรื่อยๆ ผ่านไปสองชั่วโมงกว่าก็ไปถึงเมืองอิวามิซาว่า(น่าจะใช่นะ) ตอนเวลาบ่ายสามแล้วก็นึกขึ้นได้ว่าข้าวกลางวันยังไม่ได้กินกันเลยนี่นา
มาชเมลโล
ทิวทัศน์ระหว่างทางก็ราวๆ นี้

เข้าเมืองแล้วก็มองหาอะไรกิน เห็นสุกิยะลิบๆ ก็เลยเลี้ยวเข้าไป เนื่องจากนิสัยคนไทย ก็ไปยืนสั่งตรงเคาเตอร์แล้วค่อยไปนั่ง รอสักพักทำไมมันช้าๆ วะ ปรากฎว่าเขาทำแบบเอากลับบ้านมาให้เพราะเข้าใจว่าสั่งแบบกลับบ้าน (ตอนเออออห่อหมกก็ฟังไม่ออก..) อันนี้ผิดเองจริงๆ ขอโทษครับ…. แต่ก็นั่งกินในร้านนั่นแหละ เป็นเซ็ทข้าวหน้าเนื้ออะไรสักอย่าง ข้าวอร่อยดี แต่ซุปอะไรไม่รู้ที่อยู่ในเซ็ทไม่ค่อยอร่อย เติมพลังเสร็จก็เช็คระยะทาง ผ่านไปเกินครึ่งทางแล้วเหลืออีก 35 กิโลจะถึงแคมป์แห่งแรก สู้เค้า!

ออกเดินทางกันต่อ ตั้งแต่ออกจากสนามบินมาท้องฟ้าก็มีเมฆมาก แต่ยังไม่ถึงกับมีฝน แดดร่มตลอด ปั่นไปสักพักเริ่มเหนื่อยล่ะ…แดดไม่ออกแต่เหงื่อก็ซึมๆ มองไปมีแต่ถนนทุ่งนากับไร่หัวหอม นี่กุมาทำอะไรที่บ้านนอกนี่วะ… เห้ยได้ข่าวว่านี่มันวันแรกป่ะวะ วันแรกที่สั้นที่สุดใน 5 วันใช่ป่ะ แต่ทำไมมันไกลจังวะ… ห้าโมงพระอาทิตย์ก็คล้อยต่ำ ช่วงก่อนจะถึงแคมป์นั้นมีสะพานอันนึง เป็นสะพานข้ามแม่น้ำอิชิคาริ แถวนี้อีกาเยอะมาก ตัวก็ใหญ่ อีกาจะเกาะสะพานเรียงกันเป็นแถวแล้วจะโงกหน้าดูเรา ตลกดี เสียดายพอจะถ่ายรูปมันก็บินหนี เนื่องจากวิวแปลกตาก็เลยแวะถ่ายรูปกันและพักเหนื่อยไปไหนตัว


เหล่ามอเตอร์ไซค์ที่พบเจอตลอดทาง เยอะมาก
สังเกตทางขวา อีกาจะเกาะเรียงกัน
เย็นแล้ว
สะพานอีกา

เช็คระยะแล้วเหลืออีกไม่ถึง 15 กิโลก็จะถึง ก็ไปกันต่อ มีทิวทัศน์นึงเสียดายมากที่ไม่ได้ถ่ายรูปมา คือช่วงนี้จะเป็นทุ่งๆ ไร่ๆ ป่าเล็กน้อย ดงไม้เตี้ยๆ แล้วมีต้นไม้ยืนต้นตายแห้งเด่นอยู่ตรงกลางต้นนึง พอปั่นจักรยานผ่านมันจะมีไดนามิคหน่อยไง สวยมาก แต่จะจอดถ่ายรูปก็ไม่ทันเพราะคนนำทางเราไปโน่นแล้ว (วันแรกยังกลัวโดนทิ้งอยู่)… ปั่นต่อไปสักพักถนนจะมีเนินเล็กๆ สลับทางเรียบไปมา เนินเล็กแต่ค่อนข้างชัน เวลาขึ้นต้องลดเกียร์ก่อน (เรียนรู้การขึ้นเนินมาจากทริปคราวก่อนแล้ว!) แต่พอดีจักรยานมันเก่าไง บางทีเปลี่ยนเกียร์ไม่ค่อยลง พอเปลี่ยนลงไม่ได้ก็ต้องฝืนขึ้นด้วยเกียร์สูงเพราะเดี๋ยวจะโดนทิ้งห่าง กลายเป็นเปลืองแรงขามากจนเริ่มล้า ถ้าฝืนลากขึ้นมากๆ อาจจะเป็นตะคริวได้ แต่โชคดีว่ามันใกล้ถึงแล้ว พอถึงสามแยกแห่งนึง เฮีย E มิตรสหายเราก็ชี้ว่าพ้นตรงนี้ไปจะมีสวนสาธารณะอยู่ ทสึรุนุมะ แคมป์แรกของทริปอยู่ที่นั่นแล้ว!

ทะเสสาบที่สวนทสึรุนุมะ

พอเข้าไปใกล้ก็เห็นป้ายแคมป์เป็นภาษาญี่ปุ่นปุ๊บ (คันจิอ่านไม่ออก อ่านออกตรงคำว่าแคมป์ 55) ก็เลี้ยวกันเข้ากันทันที ตรงไปยังจุดที่คิดว่าจะเป็นอาคารของผู้ดูแลเพื่อขอข้อมูลเรื่องแคมป์ เจ้าหน้าที่ก็รีบทำมือไขว้กันแล้วบอกว่าตอนนี้เต๊นท์เยอะแล้ว แคมป์เต็มแล้ว ไม่ให้แคมป์แล้วนะ เท่านั้นแหละความบันเทิงบังเกิดทันทีจ้า ค่ำคืนนี้เราจะผ่านไปได้อย่างไร….
เยอะจริง…

ความแออัด…

เรื่องนี้รินจัง(ยุรุแคมป์)ไม่เคยบอกไว้นี่หว่า! ดูนาฬิกาก็หกโมงครึ่งแล้ว พระอาทิตย์จวนจะลับ ฟ้าเริ่มเป็นสีเทา นั่งพักกันที่ศาลาแถวนั้นสงบสติอารมณ์ก่อน ปรึกษากันว่าจะเอาไงดีวะเนี่ย เปิด Agoda ดูก็ไม่มีโรงแรมใกล้ๆ เลย AirBNB ยิ่งไม่ต้องถาม จะไปดูที่สถานีรถไฟใกล้ๆ สถานีก็เล็กและอนาถาเหลือเกิน จะไปแคมป์ถัดไปก็ราวๆ 20+ กิโล และไม่มีอะไรรับประกันว่าแคมป์ถัดไปมันจะไม่เต็ม หาที่โล่งๆ ริมถนนนินจาแคมป์ไปเลยดีกว่า? หรือจะนอนป้ายรถเมล์? มองๆ ไปฝั่งพื้นที่กางเต๊นท์ก็เห็นเต๊นท์เยอมากมาย ดูในกูเกิ้ลแม๊ป ถ้าเดินอ้อมทะเลสาบไปจะเจออุราสึโชออนเซ็นที่กะว่าจะไปอาบ คุยกันไปคุยกันมาสรุปได้ว่า ไปดูออนเซ็นก่อน อาบน้ำให้สดชื่นแล้วค่อยคิดอีกที
ตึกลิบๆ โน่นคือออนเซ็น
อันนี้คือห้องน้ำ

เดินอ้อมสนามเทนนิสไปยังโซนตั้งเต๊นท์ มีครอบครัวและลูกเล็กเด็กแดงมาตั้งแคมป์กันมากมาย เด็กวิ่งกันเจี๊ยวจ๊าว พ่อแม่ปิ้งบาร์บีคิวควันขโมง เต๊นท์ครอบครัวแม่งก็ใหญ่แทบจะเอารถเข้าไปจอดได้ นับด้วยสายตาคร่าวๆ พื้นที่เท่าสนามบอลมีเต๊นท์อยู่ราวๆ 50 เต๊นท์ได้เลย ด้อมๆ มองๆ แล้วตามริมต้นไม้หรือฝั่งขอบๆ ก็ยังพอมีพื้นทีให้แทรกเข้าไปอยู่นะ เดินเลยที่จอดรถไปนิดก็จะเจอโซนออโตแคมป์ ก็คือขับรถเข้าไปจอดแคมป์เลยได้ คืนละ 4,500 เยน ยังว่างหลายที่ เอาจริงๆ 4,500 เยนจ่ายก็ได้นะ แล้วเอาจักรยานมาจอด คงจะฮาพิลึก… เดินไปอีกนิดพ้นทะเลสาบก็เจอออนเซ็น แต่ยังไม่ได้เข้าไปหรอก หันหน้ามามองกันแล้วก็สรุปได้ว่า… เนียนเบียดเข้าไปตั้งเต๊นท์แถวใต้ต้นไม้ละกัน คิดนานเดี๋ยวจะมืดก่อน
กางเต๊นท์ให้ว่อง มันก็จะลีบๆ เหี่ยวๆ หน่อย

ตรงต้นไม้คนจะไม่ค่อยกางเต๊นท์ เพราะเต๊นท์สูงๆ จะไปติดกิ่งไม้ แต่เต๊นท์จักรยานพกพามันจะเล็กๆ หน่อย ก็พอจะกางได้ (เอามากันคนละเต๊นท์) จับจองพื้นที่เสร็จก็รีบกางกันอย่างรวดเร็วปานกามนิตหนุ่ม กางผิดกางถูกไม่รู้ เพิ่งใช้งานจริงเป็นครั้งแรกทั้งคู่ กางเสร็จออกมาสมอบกก็ไม่ได้เสียบ ได้เต๊นท์เหี่ยวๆ สองหลัง กับจักรยานสองคัน ฟ้าเริ่มมืด เอาของเก็บในเต๊นท์เรียบร้อยก็ค่อยอุ่นใจหน่อยว่าคืนนี้เรายังมีที่ซุกหัวนอน ต่อไปก็เป็นการอาบออนเซ็น ตอนแรกก็เขินๆ ว่าจะสลับกันไปอาบดีมั้ย แต่มิตรสหายเราบอกว่าอาบๆ ไปเหอะ ก็เลยไปพร้อมกันสองคนเลย


สองภาพนี้จาก Google Map นะ

เนื่องจากเป็นมือใหม่ทั้งคู่ เข้าไปก็เจอพนักงานเป็นลุงคนนึงดูยิ้มแย้ม ก็บอกราคา 410 เยนแล้วชี้ให้กดที่ตู้ ที่ตู้ก็จะมีให้หยอดเหรียญแล้วบอกว่าอะไรกี่เยน สองคน 820 เยน แล้วว่าจะกดแชมพูด้วยอีก 100 เยน แต่คิดกันนาน ควักเหรียญกดผิดกดถูกปรากฎว่าหมดเวลา เหรียญไหลคืนออกมา ลุงแกเลยมาช่วยเก็บเงินแบบแมนนวลให้ แล้วก็ให้แชมพูขวดเล็กๆ มาขวดนึง เข้าไปก็เก้ๆ กังๆ เอารองเท้าใส่ตู้นึง แล้วเอาของมีค่าใส่อีกตู้ที่หยอดมัดจำ100 เยนแล้วได้กุญแจคล้องข้อมือ จากนั้นก็แก้ผ้าเข้าห้องน้ำไป ก็พยายามไม่มองคนอื่น คนอื่นเขาก็ไม่สนใจเราหรอก เข้าไปอาบน้ำล้างตัวเสร็จก็แช่ออนเซ็น ความรู้สึกตอนแช่เหรอ… ก็ไม่รู้สึกอะไรพิเศษนะ ร้อนๆ ดี น้ำเหนียวๆ จบ… แช่อยู่สิบนาทีก็ออกมาแต่งตัว ด้านนอกจะมีห้องพักผ่อน มีชาฟรี มีเบียร์ในตู้(ไม่ฟรี) มีโต๊ะให้นั่ง มีเครนเกมให้หยอด ก็นั่งเล่นโทรศัพท์รอ

ตอนออกจากออนเซ็นเจอว่าที่นี่เป็นร้านอาหารด้วย แต่ว่าปิดแล้ว (2 ทุ่ม) ระหว่างเดินกลับแคมป์เจอเด็กๆ มาเล่นดอกไม้ไฟกันเต็มเลย เกือบลืมไปเลยว่าตอนนี้เป็นหน้าร้อน เพราะอากาศเย็น อุณหภูมิ 17 องศาได้ พอกลับไปเต๊นท์ก็…ไม่มีไรทำไง สองทุ่มกว่าเอง จะนอนเล่นโทรศัพท์ก็เป็นห่วงว่าแบตจะหมด powerbank มีจำกัด ก็เลย…นอนดีกว่า พอตกดึกอากาศก็เย็นลงเรื่อยๆ หนาวเอาเรื่องทีเดียว แต่เอาถุงนอนมาซุกตัวเข้าไปอยู่แบบนั้นช่วยได้มากจริงๆ

แต่ว่าแม้แต่การนอนก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะเต๊นท์ครอบครัวข้างๆ ปิ้งบาร์บีคิวกันไม่หยุดหย่อน วันนี้กินข้าวหน้าเนื้อตอนบ่ายสามเลยไม่ค่อยหิว มื้อเย็นเลยยังไม่ได้กินอะไรเป็นเรื่องเป็นราว มีแค่กล้วยสามลูกกับขนมที่เหลือๆ เท่านั้น  กลิ่นบาร์บีคิวนั้นได้โจมตีอย่างไร้ความเมตตายากที่จะข่มตาหลับลง… จนเวลาผ่านไปเนิ่นนานเริ่มจะหลับ แคมป์ข้างๆ ก็เก็บข้าวเก็บของเตรียมกลับกัน อ้าวเห้ย ไหนว่ามาแคมป์ พอมึดแล้วกลับจะตั้งเต๊นท์กันทำไมละวะ! เก็บกันโคร้งเคร๊งๆ… เรื่องแบบนี้รินจังไม่เห็นเคยบอกไว้เลย… ยุรุแคมป์เป็นเรื่องหลอกลวงชัดๆ
สังเกตป้าย ค่ากางเต๊นท์ 600 เยน

สภาพตอนเช้า

สรุปว่าวันนี้ปั่นไป 85 กิโล ความสูง 200 เมตร (จริงเหรอวะ ตัวเลขนี้จริงเหรอ มันน้อยๆ นะ…มีอะไรผิดหรือเปล่า…) แต่วันนี้ออกช้า กว่าจะออกก็เที่ยงแล้ว เลยถึงแคมป์ก็เกือบมืด ข่าวร้ายคือวันพรุ่งนี้ระยะแค่ 77 กิโลแต่ความสูง ถึง 916 เมตรจ๊ะ ขึ้นเนินมากกว่าวันนี้ 4 เท่าเอง… ขอให้โชคดี

ของกิน และ รายจ่าย
– ราเมงฮอกไกโดปูเนย 1,000¥ ก็อร่อยดี
– ชา Cylon อันเดิม 120¥ หวานนิดๆ อร่อย
– น้ำเปล่าอิโรฮาส ขวดบึ้ม 130¥ 2 ลิตรเยอะดี
– กล้วย 3 ลูก 195¥ อร่อย คุ้ม เยอะ
– เซ็ทข้าวหน้าเนื้อสุกิชิ 550¥ เซ็ทเล็กไปหน่อย แต่ก็อร่อยดี

– ออนเซ็น 410¥
– ยาสระผม 100¥

Leave a Comment