651 | Shoujo Fujuubun

มังงะที่แต่งเรื่องโดย นิชิโอะ อิชิน และวาดภาพโดย ฮัตโตริ มึตสึรุ ชื่อไทยคือ หนุ่มนักเขียนกับโลลิจิตเพี้ยน โดยสำนักพิมพ์บงกช ความยาว 3 เล่มจบ เรื่องย่อก๊อปมาจากในเพจอันลิมิเต็ดรูลบุ๊ค (แน่นอนว่าสปอย)

หนุ่มนักศึกษามหาลัยคนนึงอยากเป็นนักเขียนแต่ยังทำอะไรได้ไม่เป็นเรื่องเป็นราวซะที ระหว่างที่กำลังปั่นจักรยานไปมหาลัยก็เจอเด็กประถมคนนึงเดินมากับเพื่อน เล่นเกมบอยกันไป เพื่อนถูกสิบล้อเสยเละเทะ เด็กคนนั้นเลยเซพเกมก่อนแล้วค่อยวิ่งไปกรีดร้องหาเพื่อน พระเอกก็ดันเห็นพอดี วันรุ่งขึ้นพระเอกโดนเอาขลุ่ยรีคอร์เดอร์เสียบล้อจักรยานจนคว่ำแล้วขโมยกุญแจ พอเข้าไปในห้องก็เจอเด็กประถมมเมื่อวานเอามีดจี้แล้วพากลับบ้านไปขังในตู้ พระเอกมี PHS แต่ไม่โทรให้คนช่วยเพราะสภาพจิตใจที่ขัดแย้งหลายอย่าง

เด็กคนนั้นบอกให้เรียกตัวเองว่า U ตกเย็นก็เอาข้าวมาให้ กินข้าวเสร็จก็นอน ข้ามไปอีกวัน U ไปโรงเรียน พระเอกปวดขี้เลยเขย่าๆ ปรากฏว่าประตูยกออกได้ ในบ้านไม่มีใครเลย U กลับมาก็เอาข้าวจากโรงเรียนมาให้เหมือนเดิม พระเอกคิดได้ว่า U ต้องยังไม่ได้กินข้าวก็เลยชวนกินด้วยกัน วันถัดไปเป็นวันเสาร์ U ไม่ไปโรงเรียน พระเอกต่อรองให้เงิน U ไปซื้อของมาตุนเอาไว้กิน แม้จะยังไม่เข้าใจอีกฝ่ายแต่ความสัมพันธ์ของทั้งสองคนก็ดีขึ้น

พอโดน U บอกว่าเหม็นก็เลยโดนไล่ไปอาบน้ำ ระหว่างที่อาบอยู่ U ก็เข้ามาอาบด้วย (นิชิโอะช่างมีพรสวรรค์กับการนำพาเด็กผู้หญิงเข้าห้องน้ำจริงๆ) พระเอกสังเกตเห็นร่างกายของ U ที่ฟกช้ำ วันรุ่งขึ้นหลังจาก U ไปโรงเรียน เขาก็สำรวจบ้านจนพบสมุดเล่มนึงที่เขียนกฎต่างๆ ของการใช้ชีวิตที่พ่อแม่กำหนดเอาไว้ ในนั้นกำหนดทุกอย่างสำหรับการใช้ชีวิตของ U ที่เธอเห็นเพื่อนถูกรถชนตายแต่ก็ยังปิดเกมเรียบร้อยก่อนก็เพราะ ลำดับของกฎเป็นเช่นนั้น (ปิดเกมให้เรียบร้อย, เป็นห่วงเพื่อน) และที่ห้องถัดไปก็มีศพพ่อแม่ของ U ที่ฆ่ากันตายกอดรัดอยู่บนเตียง พระเอกพอเข้าใจทุกอย่างก็รอรับ U อยูที่หน้าประตูบ้าน U ที่ถึงขีดสุดของความกดดันก็สลบลงตรงนั้น

พระเอกพา U ไปนอนพัก พอถาม U ว่าอยากให้ทำอะไรให้ U บอกว่าอยากให้เล่านิทานให้ฟัง พระเอกคิดว่า U ที่บิดเบี้ยวนั้นคงไม่เข้าใจตรรกะของนิทานปกติ ก็เลยแต่งเรื่องราวให้ฟัง เรื่องของเด็กหญิงที่อยากครองโลก, ครอบครัวนักฆ่า, ชายหนุ่มที่ช่วยแวมไพร์ไว้จนกลายเป็นผีดูดเลือด (ผลงานต่างๆ ของนิชิโอะ) โดยคิดว่าจุดร่วมของเรื่องราวเหล่านี้คือตัวเอกที่ไม่อาจมีพร้อมแต่ก็พยายามต่อสู้ก้าวไปข้างหน้า แล้ววันรุ่งขึ้น ตำรวจก็มาที่บ้าน และทุกอย่างก็จบลง

“ทุกวันนี้ผมก็ยังไม่เคยรู้สึกว่าได้แต่งนิยายเลย ทุกสิ่งที่เขียนออกมานั้นเป็นแค่ตอนต่อของเรื่องราวในคืนนั้นเอง”
 -ตัวเอกในสิบปีต่อมา-


เรื่องนี้เป็นนิยายที่นิชิโอะเขียนขึ้น(ฉลอง?) ที่ตัวเองเขียนนิยายเป็นอาชีพครบ 10 ปี เราอาจจะได้เข้าใจความคิดขอนิชิโอะขึ้นบ้างไม่มากก็น้อย… จริงๆ มันมีประเด็นส่วนตัวหลายอย่าง ครั้งแรกที่เห็นนิยายเรื่องนี้ผมก็อยากอ่านทันที แต่มันเป็นภาษาญี่ปุ่น และผมก็ไม่มีทักษะภาษาญี่ปุ่นมากพอจะอ่านนิยายได้ (อ่านโดจินลามกล่ะพอไหว) ก็เลยได้แต่เซ็ทเดสค์ท๊อปเป็นรูป U ที่วาดโดย (ชื่ออะไรสักอย่าง Fuu) ในภาพเป็นรูปเด็กประถมที่ดูลึกลับน่าค้นหา แต่ผมเองก็ไม่เคยรู้เลยว่าเด็กในรูปนั้นเป็นคนยังไง ทำอะไรลงไป จนกระทั่งผ่านไปถึง 7 ปี เรื่องนี้ก็ถูกทำเป็นมังงะและได้รับการตีพิมพ์ในประเทศไทย

และการร่วมมือกับ ฮัตโตริ มิตสึรุ ก็เป็นความลงตัวอย่างเหมาะสมดั่งผีเน่ากับโลงผุ, WAR เป็น MT และ PLD เป็น ST พื้นฐานของฮัตโตริ มึตสึรุก็เริ่มต้นจากการ์ตูนที่บิดเบี้ยวแต่พอเวลาผ่านไป ก็เขียนเรื่องของความสุขออกมาได้เช่นกัน เมื่อได้รับต้นฉบับที่มีความบิดเบี้ยวและงดงามก็ยิ่งเป็นตัวจุดประกายความมุ่งมั่นในผลงานมากขึ้น แม้ว่าผมจะไม่เคยอ่านเวอร์ชั่นนิยาย แต่ก็คิดว่าเวอร์ชั่นมังงะนี้ทำออกมาได้มากทีเดียว สำหรับเรื่องโชโจฟุจูบุนนี้พูดได้ครึ่งนึงว่าเป็นงานที่สะท้อนตัวตนของนิชิโออิชิน ส่วนอีกครึ่งคือมันเป็นไปไม่ได้(ฮา) แต่เราก็คงอดกังขาไม่ได้ว่าวิธีคิด การสร้างตัวละคร และเส้นทางชีวิคของนิชิโอะอาจจะคลับคล้ายคลับคลาเช่นนี้อยู่บ้าง ชอบที่เปลี่ยนแม้แต่เรื่องราวที่ตัวเองแต่งให้เป็นเรื่องราวที่ถูกแต่งขึ้นมาอีกที

ตอนนี้มีประเด็นน่าสนใจที่ไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่อย่างนึง ตลกดีแต่ก็เศร้าๆ คือผมชอบเรื่องนี้มาก แต่พออ่านจบแล้วไม่มีใครสามารถคุยกับผมได้เลย เหมือนว่าอ่านอยู่คนเดียวในประเทศ และตามเว็บที่คุยกันเกี่ยวกับการ์ตูนส่วนมากก็จะคุยกันแต่เรื่องที่มีแปลลงในเว็บ ตอนล่าสุดออกมาก็คุยๆ กัน แน่นอนว่าถ้าไม่มีแปลก็จะไม่คุยกันเช่นกัน (หัวเราะ) ความรู้สึกนี้ไม่ใช่ครั้งแรก เวลาผมอ่านมังงะดีๆ ที่เป็นเล่มๆ เรื่องอื่น ก็ไม่มีคนคุยด้วยแบบนี้แหละ อย่างบางเรื่องตอนมีคนแปลให้อ่านฟรีอวยกันฉิบหาย พอสำนักพิมพ์พิมพ์ออกมาจนเลยที่แปลให้อ่านฟรีนี่ไม่มีใครรู้เรื่องหรือเคยอ่านเลย…. กลายเป็นอ่านอยู่คนเดียวเหมือนเดิม ตลกดี…น้ำตาไหล

Leave a Comment