356 | 2011 Fall

พบกันอีกครั้งเมื่อยามต้นฤดูกาลกับ An Unbiased Review ประจำ Fall Anime 2011 สำหรับซีซั่นนี้ก่อนจะเริ่มฉายรู้สึกอยากดูหลายเรื่อง แต่พอฉายจริงกลับมีเรื่องที่รู้สึกว่าไม่สนุกอย่างที่หวังซะเยอะ แล้วงวดนี้ไม่มีทั้งชาฟท์ทั้งเกียวอนิอีกเลยยิ่งแลเป็นจืดซีซั่นเข้าไปอีก… บอกก่อนจะถามกันเหมือนเคย ผมจะไม่เขียนถึงจัมพ์อนิเมและอนิเมภาคต่อนะครับ ดังนั้นจะไม่มี Working!, HxH, บาคุมัง, เกะโสะ และก็ไม่มีเรื่อง Un-Go เพราะว่าผมขี้เกียจดู ส่วน Last Exile 2 นั้นทิ้งช่วงนานหลาย(สิบ)ปี ก็เลยว่าจะเขียนแต่ว่ายังรอซับอยู่ ถ้ามาแล้วจะมาเพิ่มทีหลัง

เหมือนเคยครับ ก็ต้องกล่าวถึงเรื่องราวในอดีตกันเสียก่อน ซีซั่นที่ผ่านมานั้นผมได้ดูเรื่อง Steins;Gate, Hanasaku Iroha, Usagi Drop, Tiger & Bunny, Nichijou และ No.6 จบ สไตน์เกทนั่นเป็อนิเมที่สนุกและมีเนื้อหาโดดเด่นกว่าอนิเมทั่วไปมาก ฮานาซากุอิโรฮะนั้นก็เป็นอนิเมที่ดี แม้ว่าจะขาดเป้าหมายและจุดพีคของอารมณ์ไป แต่ก็เป็นอนิเมที่มีคุณค่าจะรับชม ผมว่า P.A. เหมาะที่จะทำอนิเมสนับสนุนการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมจริงๆนะ อุซางิดรอปก็น่ารักมาก เป็นอนิเมที่ช่วยเยียวยาจิตใจ ดูไปก็ยิ้มไปทุกที เสือกระต่ายนั้นก็สนุกและน่าติดตามอย่างไม่น่าเชื่อ นำเสนอมุมมองใหม่ๆต่อการ์ตูนฮีโร่ออกมาได้(ไม่ได้หมายถึงวายนะ…) และนิจิโจว ผมผูกพันกับนิจิโจวแบบแปลกๆ คือมันไม่สนุกนะ ผมมั่นใจเลยว่ามันไม่สนุก(งานดีนะ) แต่ก็เป็นหน้าที่ที่จะต้องดูทุกเย็นวันอาทิตย์ แล้วก็ไปนั่งบ่นกับเพื่อนๆว่า ตอนนี้แม่งไม่สนุกเลย แล้วเพื่อน(ซึ่งมันก็ดู)ก็จะช่วยกันบ่นว่าแม่งไม่สนุกเลยหว่ะ แล้วก็เห็นเก็ปเปลดองเกอร์โผล่ข้างหลังมาถามว่า “แล้วพวกเอ็งดูไปทำไม…..” ก็ไม่มีใครตอบได้ แต่ก็ดูเอาโทรฟี่กันยันตอนสุดท้ายกินเวลาไปร่วมครึ่งปี ส่วน No.6… No.6 เป็นอนิเมที่ผมไม่ได้ชอบที่สุดในซีซั่น แต่เป็นอนิเมที่ผมอยากพูดถึงมากที่สุดในซีซั่นนี้ครับ

No.6 เป็นอนิเมที่แสดงออกอย่างโจ่งแจ้งว่าเป็นเรื่องราวความรักของชายหนุ่มกับชายหนุ่ม แน่นอนว่าจุดนี้ผมก็รับไม่ค่อยได้ แต่ผมดู No.6 ด้วยมุมมองของซาฟุครับ ซาฟุน่ารักอ่ะ เวลาเปิดดูผมจะะพยายามดูแต่ส่วนของซาฟุ ส่วนของชิออนผมจะข้ามทิ้งไปเลย พอทำแบบนั้นก็รู้ว่ามันก็สนุกดีเหมือนกันนะ…. ซาฟุเป็นคนเพี้ยนๆแต่จริงใจและโชคร้ายที่ต้องมาพัวพันกับพระเอกที่ไปหลงหนุ่มผมยาว การกระทำของซาฟุในตอนสองนั้นสามารถสร้างศัตรูครึ่งโลกได้ใน 5 วินาที และทำให้ทุกๆคนไม่ลืมเธอแม้ว่าเธอจะถูกแช่น้ำดองเกลือไปหลายตอน ตอนจบของ No.6 นั่นมั่วซั่วชอบกล เต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถามและบทสรุปอันไม่มีที่มาที่ไป ซึ่งรายละเอียดต่างๆส่วนต้องให้คนที่อ่านนิยายมาอธิบายให้ฟังถึงจะเห็นภาพมากขึ้น แนวคิดจริงของเรื่องนั้นโอเคเลย แต่อนิเมมีข้อจำกัด+ห่วยเองจนสื่อออกมาไม่ได้ ถึงกระนั้นเลย…ผมก็ชอบซาฟุที่สุดในซีซั่นเลยนะ

อนิเมที่ยังดูอยู่แล้วไม่จบก็เหลือเพียง Penguin Drum ที่ยิ่งดูยิ่งมึน… แต่ก็สนุกแบบแปลกๆ พวกที่ดรอปไปกลางทางก็มี ไอดอลมาสเตอร์ ไม่สนุกเลย  Sacred Seven นี่ผมดูข้ามไปข้ามมา มาดูตอนจบเลยพบว่าอีคาฟุกะยังไม่ตายเว้ย ทนจริงๆ แล้วก็ฮาท่าคุณแฝดน้อง(พี่)ที่ทำท่าพิคโกโร่ปล่อยเพชรให้ไอ้นั่น(จำชื่อไม่ได้)ได้พลัง ท่าอื่นไม่มีแล้วเหรอ…ทำไมต้องท่าพิคโกโร่ แล้วตอนจบก็จบได้งี่เง่าเหลือที่จะกล่าว ทำเอาตอนจบ No.6 เป็นยอดเยี่ยมไปได้เลย ส่วน Kamisama no Memochou นั้นผมดูถึงตอน 3 แล้วพบว่า J.C. ทำได้ไม่ดีเลย สื่ออารมณ์จากนิยายได้ไม่ถึงเสี้ยว ผมจึงเลิกดูเพราะกลัวว่าจะเสียอรรถรสในการอ่านนิยายไป (เล่มสามเพิ่งออกในงานหนังสือ)

สำหรับเกณฑ์การให้คะแนนนั้นก็ปรับเปลี่ยนนิดหน่อยอีกแล้ว คะแนนที่เป็นเปอร์เซนต์ที่วัดจากความน่าติดตามและความสนุกของอนิเมเรื่องนั้นจะเปลี่ยนเปอร์เซ็นเป็นคะแนนเต็ม 100 แทน ส่วนคะแนนที่เป็นเกรดตัวอักษรภาษาอังกฤษที่เป็นคุณภาพของอนิเมนั้นจะลดความสำคัญลง พูดง่ายๆก็คือจะเน้นคะแนนสนุกเเป็นเต็ม 100 คะแนนมากกว่า แล้วคะแนนงานจะลดความสำคัญลงไปแต่ก็ยังมีอยู่ เหมือนเดิมด้วยกรณีพิเศษ เรื่องใดก็ตามที่ผมทนดูไม่จบ ไม่ว่าคุณภาพงานก่อนหน้าจะเป็นเยี่ยงไร จะได้รับ F และ 0 คะแนน ไปทันที

Guilty Crown

งานออริจินอลล่าสุดของสตูดิโอสุดเทพอย่าง Production IG ที่ช่วงนี้ดูจะขาลงหน่อยๆเพราะงานขายไม่ค่อยได้ แถมบางอันยังค่อนข้างแย่เลยทีเดียว กิลตี้คราวน์มีองค์ประกอบเรื่องที่ค่อนข้างเชยและเก่า เด็กหนุ่มพบเจอหญิงสาวแปลกหน้า บันดาลความกล้าและได้รับพลังบางอย่าง มุกพื้นๆมาก บรรยากาศในเรื่องจะเป็นญี่ปุ่นยุคเสียความเป็นตัวของตัวเอง(คล้ายๆโค้ดเกียส, ประเทศมันมีปมด้อยอะไรหรือเปล่าเนี่ยชอบจังไอ้มุกนี้) พระเอกมาแนวอีโม เบื่อโลก ก็สมัยนิยมอีก… ทุกๆอย่างในกิลตี้คราวน์นั้นดูไม่ออริจินอลเลย เหมือนหยิบโน่นนิดนี่หน่อยมายำรวมกัน ไม่มีจุดแข็งของเรื่องส่วนในส่วนนึงที่แรงออกมาชัดเจน (เช่นโค้ดเกียสมีตัวเอกสีเทาหรือฮารุฮิที่คาแรกเตอร์แรง) แต่กิลตี้คราวน์ไม่ธรรมดาตรงที่เอาทุกอย่างมารวมกันแล้วก็ใช้วิธีปรุงอย่างยอดเยี่ยม กิลตี้คราวน์มีโปรดัคชั่นมีคุณภาพสูงมากในทุกๆด้าน เอ็ฟเฟ็คส์ คอมโพสิท ภาพ อนิเมชั่น อยู่ในระดับ OVA หรือ Movie สบายๆ โดยเฉพาะเพลงนั้นเพราะมากจริงๆ

นอกจากฉากแอ็คชั่นแล้วสิ่งที่อนิเมทำได้ดีเป็นพิเศษก็คือการสื่ออารมณ์ออกมา คัทภาพที่แทรก เสียง จังหวะ มุมมองและคำพูดคอยช่วยให้เรารู้จักด้านลึกของตัวละครและเข้าใจอารมณ์เวลานั้น ที่ชอบเป็นพิเศษก็คือออริจินอลคาแรกเตอร์ดีไซน์ของ Redjuice เดิมนั้นผมชอบงานของเค้าตั้งแต่เจอใน Pixiv แล้ว งานดีไซน์โดดเด่นมาก จนได้มาทำงานในระดับใหญ่ขนาดนี้ก็รู้สึกยืดแบบแปลกๆ ผมไม่ค่อยชอบพระเอกแนวอีโมเท่าไหร่และก็สงสัยว่าพระเอกแนวนี้จะดีเหรอ ยุคสมัยของ อิคาริ ชินจิ มันจบไปนานแล้ว แต่น้องนางเอกเรื่องนี้นี่ผมคิดว่าเป็นนางเอกที่น่าสงสารที่สุดในซีซั่นแล้ว ทั้งแต่งตัวโป๊ๆเข้าไปในดงทหาร โดนยิงปืนกลใส่ โดนมิไซล์กระเด็นตกสะพาน โดนตบด้วยด้ามปืน โดนเตะกบาล โดนลากเข้ารถตู้ โดนจิกหัวเอามีดจี้ โดนล้วง แถมยังดูจิตไม่ค่อยสมประกอบอีก ท่าทางชีวิตจะผ่านอะไรมาเยอะนะน้อง….

ประเด็นที่ผมสงสัยอีกอย่างก็คือกิลตี้คราวน์นั้นมีความลงตัวในทุกด้านจริงแต่มันจะขายได้หรือเปล่า? ในเมื่อทุกวันนี้อนิเมที่ขายได้ดีแทบทั้งหมดมีจุดขายคือแบรนด์หรือตัวละครทั้งนั้น กิลตี้คราวน์จะพิสูจน์ว่าการ์ตูนที่ไม่ได้ขายตัวละครไม่มีชื่อติดหูแต่นำเสนอเรื่องราวอย่างตรงไปตรงมาด้วยคุณภาพสูงจะยังคงอยู่รอดในตลาดได้หรือไม่

Checkpoint# พระเอกมันไม่รับพันด้ายที่ส่งมาเพราะเอาแต่มองนมแน่ๆ, อิโนริจัง VIT99
คะแนนรวม: A+
ความน่าติดตาม: 92/100

จิฮายะฟุรุ

ถ้าใครสังเกตหน่อยจะเห็นว่าอนิเมที่สร้างจากโชโจ(การ์ตูนผู้หญิง)ส่วนมากผมจะให้คะแนนค่อนข้างสูงกว่าถัวเฉลี่ย สำหรับเรื่องนี้นั้นเป็นอนิเมที่สนุกมากจริงๆโดยไม่ต้องห่วงเรื่องดูยากเพราะเป็นโชโจเลย จิฮายะฟุรุเป็นอนิเมที่สร้างจากหนังสือการ์ตูนที่ได้รางวัลการ์ตูนผู้หญิงยอดเยี่ยมจากรางวัลโคดันฉะครั้งที่ 35 ตัวอนิเมได้สตูดิโอเมพอย่าง Madhouse มาทำให้ (ซีซั่นนี้ Madhouse ไม่ได้ทำหนังฮีโร่แฮะ) งานคุณภาพดีมากจริงๆ เนื้อหาเป็นเรื่องเกี่ยวกับการเล่นไพ่คารุตะของญี่ปุ่น นางเอกนั้นเป็นสาวน้อยที่ชอบเล่นไพ่คารุตะ และออกค้นหาตัวเองผ่านทางคารุตะ ตอนแรกนั้นเดินเรื่องได้กระชับและน่าติดตาม มีการวางปมของแตละตัวครไว้ชวนลุ้นให้ติดติดตาม อนิเมเรื่องไม่ค่อยจะมีคนพูดถึงเท่าไหร่นัก อาจจะเพราะว่าสร้างจากการ์ตูนผู้หญิงและมีแนวเรื่องไม่ขาย แต่อนิเมเรื่องนี้เป็นอนิเมที่หาได้ยากยิ่งในยุคอนิเมเซอร์วิสครองเมือง ดังนั้นถ้าพลาดไปจะน่าเสียดายจริงๆ

Checkpoint# ไอ้แว่นมันเป็นนินจาเรอะ…ปัดไพ่เป็นชูริเคนได้, จิฮายะน่ารักมาก!
คะแนนรวม: A
ความน่าติดตาม: 90/100

คนเพื่อนน้อย

อนิเมที่สร้างจากไลท์โนเวลขายดีแถมยังมีตีพิมพ์ในไทยด้วย สารภาพครับว่าผมก็ซื้อมาอ่านแต่อ่านไปนิดเดียวก็ขี้เกียจอ่านต่อ ดังนั้นมันจึงแทบไม่มีผลอะไรกับการดูอนิเมเรื่องนี้เลย บอกตรงๆเลยว่าก่อนดูผมค่อนข้างดูแคลนเรื่องนี้ไม่น้อยเลย ผมคิดว่ามันต้องเหมือนอิโมโตะที่เป็นอนิเมสรรเสริญโอตาคุ แต่พอได้ดูก็พบว่ามันก็มีเนื้อหาธรรมดาๆ พระเอกโดนเข้าใจผิดเจอกับสาวประหลาดๆ พล๊อตราวๆนี้ก็ไม่ได้สดใหม่แต่ไม่ถึงกับเชยไม่ถึงกับโหล แต่ผมคิดว่าตัวอนิเมทำออกมาได้ดี งานดี วาดสาวๆน่ารัก แต่น้ำหนักเส้นแปลกๆแล้วก็ขาดการนำเสนอที่พลิกแพลง ตัวเรื่องวางปมและอารมณ์ได้เหมาะสม ไม่เว่อแต่ก็ไม่เบาจนเกินไป ดูจากกระแสแล้วเรื่องนี้น่าจะเป็นกระแสหลักโอตาคุนิยมประจำซีซั่น เห็นว่าจะได้บุหี้อู๊ดๆลุ้นนางเอกกันอีก ผมดูไปตอนเดียวยังบอกไม่ได้ว่าอยู่พรรคไหน แต่จริงๆนะ…ลำบากใจที่จะพูดออกมาเท่าไหร่ แต่ผมคิดว่าอนิเมเรื่องนี้ก็สนุกดีเหมือนกัน…

Checkpoint# ดีผิดคาด(กัดฟันพูด), เซนะ or โยโซระ ?
คะแนนรวม: B
ความน่าติดตาม: 75/100

เบนโตะ

การต่อสู้เพื่อแย่งชิงข้าวกล่องครึ่งราคาที่ซุปเปอร์มาร์เก็ต อนิเมอันเร่าร้อนที่เต็มไปด้วยถุงน่องและฉากแอ็คชั่น! ดูเผินๆมันอาจจะเป็นเรื่องไร้สาระ แต่ก็สามารถทำให้เราเชื่อในพลังของความไร้สาระได้ เบนโตะนี้มีฉากแอ็คชั่นที่เจ๋งและมีพลัง OP ทำได้ดีมาก พระเอกก็พากย์อารมณ์น่าตบกบาลดี เดินเรื่องธรรมดาไปหน่อยซึ่งก็พอจะมองข้ามได้สำหรับเรื่องแนวนี้ ถึงแม้จะรู้ว่ามันไร้สาระก็แต่ก็ยังรู้สึกว่าสนุกไปได้พร้อมๆกัน… เรื่องน่ารู้ก็คือน้องแว่นที่เป็นมาโซในเรื่องนั้นคนพากย์คนเดียวกับบร๊ะเจ้ามาโดกะ….

Checkpoint# ถุงน่อง, มาโดกะมาโซ
คะแนนรวม: B
ความน่าติดตาม: 74/100

Fate Zero

เฟทซีโร่เป็นภาคที่มีเนื้อหาก่อนเฟทภาคหลักที่เคยทำเป็นอนิเมไปแล้ว จุดที่ไม่พูดไม่ได้แน่นอนก็คือเฟทภาคนี้แต่งโดยอุโรบุจิที่มีชื่อเสียงโด่งดังในข้ามคืนจากสาวน้อยเวทมนต์มาโดกะ (ก่อนหน้านี้อุโรบุจิก็มีชื่อเสียงอยู่ แต่ก่อนและหลัง “มาโดกะ” จำนวนคนที่รู้จักเขาแตกต่างกันมาก) บอกก่อนอีกแล้ว คือผมไม่เคยดูเฟทภาคอนิเม ผมไม่เคยเล่นเกมเฟททุกภาค หรือแม้แต่ภาคไฟติ้ง ผมเคยอ่านเฟทมังงะที่ขายในไทยแล้วรู้สึกว่าไม่สนุก ผมอ่านสาวน้อยเวทมนต์อิลิยาแล้วรู้สึกสนุกมาก นั่นคือทุกอย่างที่ผมรู้เกี่ยวกับเฟท พอผมได้ดูอนิเมตอนแรกที่ความยาวเกือบหนึ่งชั่วโมง สิ่งแรกที่ผมรู้ก็คือมันมีตัวละครชายสูงอายุเยอะมาก ช่วงต้นตอนผมแยกบางคนกับบางคนไม่ออกเลยด้วยซ้ำ และตัวละครก็พูดพล่ามเป็นน้ำท่วมทุ่งกันอย่างเมามันส์ และเป็นบทพูดที่ค่อนข้างเยิ่นเย้อ จนผ่านไปเกือบ 40 นาทีผมเพิ่งจะจับทางได้ว่าอะไรเป็นไร ใครเป็นใคร(ในภาคก่อน) กำลังจะทำอะไร แล้วมันก็จบตอน…

ผมไม่รู้ว่ามีใครได้ทันอ่านกระทู้สุดเลิศของเมพส้มที่พูดถึงเรื่องเฟทนี้ทันมั่ง มันเป็นกระทู้ที่สนุกสนานมากเลย ตัวอนิเมเฟทภาคนี้ทำโดย Ufotable และงานก็ออกมาค่อนข้างดี แต่ตอนแรกนั้นยังไม่มีจุดที่จะแสดงให้เห็นพลังของอนิเมเท่าไหร่ เพราะเอาแต่พล่ามกันทั้งตอน แต่ก็สัมผัสได้ว่าพวกฉากพวกแบ็คกราวด์ หรือคาแรกเตอร์ดีไซน์ ก็ทำออกมาได้ละเอียด คอมโพสภาพดูมีชั้นเชิง แม้คาแรกเตอร์ดีไซน์จะดูแข็งๆไปบ้าง ถ้าพูดกันจริงๆตอนแรกนั้นไม่ค่อยจะมีอะไรดึงดูดเลย ต่างจากปกติอนิเมเรื่องอื่นที่ตอนแรกต้องโชว์จุดขายฉากแอ็คชั่นให้ชัดเจน ท่าทางจะมั่นใจในฐานแฟนบอยตัวเองมาก

Checkpoint# น้ำท่วมทุ่ง, เหล่าสาวกเอ๋ยจงชาบู
คะแนนรวม: B+
ความน่าติดตาม: 66/100 ถ้าเป็นแฟนบอย Type-Moon บวกเพิ่มเท่ากับจำนวนเลเวลศรัทธา x คะแนน

บันทึกอนาคต

มิไรนิกคิเดิมทีนั้นเคยเป็น OVA แสนสั้นมาครั้งนึงแล้ว และคราวนี้ก็ได้เป็น TV อนิเมเต็มตัวซะที หลังจากที่ดูจบผมคิดว่าอนิเมทำได้ดีมากเลยทีเดียว มิไรนิคคินั้นมีจุดแข็งเรื่องแนวคิดแรงและมีเป้าหมายการเดินเรื่องชัดเจนอยู่แล้ว อนิเมก็สื่อออกมาได้ดี วางปมหลอกล่อเป็นระยะๆ เขียนสีหน้ายุกกี้เครียดได้น่ากลัวมาก ผมคิดว่าถ้าคนที่ไม่เคยอ่านมังงะมาดูเรื่องนี้น่าจะสนุกได้เต็มที่มากกว่าผมที่รู้ว่าเรื่องมันจะเป็นยังไงและอะไรเป็นอะไร งานภาพดีมาก ยูโนะดูจิตและหื่นกว่าในมังงะร้อยเท่า แค่ฉากทำหน้าเหมือนจะออกัสซั่มท้ายตอนก็ระทวยแล้ว จุดอ่อนของมิไรนิกคิคือกลเม็ดเฉือนคมในเรื่องบางครั้งดูไม่มีน้ำหนักและไม่ค่อยฉลาด แต่ตอนแรกยังไม่ปรากฏให้เห็น

Checkpoint# ยูโน้วววววว*แผล่บ*, ทำไมยูโนะโกรกผมมาโรงเรียนคนเดียว
คะแนนรวม: B
ความน่าติดตาม: 60/100 ถ้าไม่เคยอ่าน +10

C3 Cube x Cursed x Curious


หลายๆคนบอกว่าเรื่องนี้เหมือนบากะเทสต์ ผมเองก็ไม่ได้ดูบากะเทสต์ซะด้วย แต่ระหว่างที่ดูอนิเมเรื่องนี้ สิ่งที่แวบขึ้นมาในความคิดของผมอย่างแรกก็คือ “ef” ใครที่เคยดูเรื่อง ef a tale of memories. จะนึกออกว่าสองเรื่องนี้คล้ายกันตรงเทคนิคภาพ การเล่นแสงสีและคอมโพส การทิ้งช่องว่างของอารมณ์ ถามว่าทำไมมันถึงคล้ายกัน? คำตอบอยู่ที่ โอนุมะ ชิน ครับ โอนุมะ ชิน เป็นผู้กำกับของทั้งสองเรื่องและเป็นลูกหม้อชินโบ(มาโดกะ, บาเกะ)อันดับต้นๆเลย เชื่อขนมกินได้เลยว่าถ้าอนิเมเรื่องนี้ไม่ได้โอนุมะ ชิน มากำกับ มันจะไม่ต่างจากอนิเมบุหี้เกลื่อนๆเลย เพราะโครงเรื่องมันเป็นอย่างนั้น พระเอกบังเอิญได้อยู่กับสาวน้อยปริศนาระหว่างที่พ่อแม่ต้องไม่อยู่บ้านด้วยสาเหตุต่างๆกัน มีเพื่อนสมัยเด็กมาเทียวไล้เทียวขื่อ พระเอกก็หว่านเสน่ห์คนโน้นทีคนนั้นที พิมพ์นิยมฮาเรมมากๆ แต่ด้วยวิธีนำเสนอที่แตกต่างกัน ทำให้ได้อารมณ์ออกมาไม่ซ้ำแบบเดิมๆ ในตอนแรกของอนิเมนั้นออกแนวฮีลลิ่งยิงมุกประปราย ดูได้บรรยากาศดี สิ่งที่เป็นข้อด้อยของ C3 ก็คืออนิเมชั่นของ C3 นั้นมีจำนวนเฟรมขยับเยอะแต่กลับขาดความต่อเนื่องและนุ่มนวล ซิลเวอร์ลิงค์อาจจะมีทุนทำอนิเมมากกว่าชาฟท์ แต่ไม่มีอนิเมเตอร์เก่งๆในมือมาเขียนคีย์เฟรมให้ (ในขณะที่ชาฟท์มีอนิเมเตอร์เก่งๆ แต่ไม่ยอมทำงานมัวแต่ไปทำอะไรก็ไม่รู้) ก็เลยเสียคะแนนตรงนี้ไป

Checkpoint# โอนุมะ ชิน, รวมๆแล้วธรรมดา
คะแนนรวม: C+
ความน่าติดตาม: 54/100

Horizon

Horizon เป็นอนิเมที่สร้างจากไลท์โนเวลที่ยาวมาก ยาวจนเป็นการยากที่เกริ่นเรื่องได้หมด ซันไรส์ก็เลย….ไม่เกริ่นมันซะเลยดีกว่า คนดูแทบไม่จำเป็นต้องรับรู้ปูมพื้นหลังของโลก วัฒนธรรม ตัวละครต่างๆ ในการรับชมเลย ทันที่เริ่มดูตัวละครหญิงที่มีหน้าอกขนาดมหึมาปรากฏตัวพร้อมกัน 20 คนแล้วแนะนำตัวคนละ 2 วินาที จากนั้นก็เป็นฉากการไล่ล่าแอ็คชั่นโชว์ความสามารถของแต่ละคนออกมา บอกตรงๆเลยว่าผมยังจำชื่อไม่ได้เลยแม้แต่คนเดียว จำได้แค่ว่ามีคนนึงเป็นคุณครู และคนที่ดูเหมือนพระเอกนั้นมีนิสัยน่ารำคาญและหน้าตาไม่พึงประสงค์จะญาติดีด้วย โอเคในเมื่ออนิเมไม่พยายามเล่าเรื่อง สิ่งที่อนิเมพยายามบอกออกมาก็คือฉากต่อสู้ที่อลังการและหวือหวาผมก็ขอรับรู้แค่ตรงนั้น แน่นอนว่าซันไรส์นั้นทำได้ดีสมชื่อ เร้าใจ สนุก ตื่นเต้น แต่หลังจากดูจบตอนไปแล้วก็ยังไม่รู้เลยว่าเป้าหมายในเรื่องมันคืออะไร ตัวละครไหนเป็นคนไหนก็ยังจำไม่ได้ เพราะเยอะเหลือเกิน แต่ถึงกระนั้นเลยผมก็ยังคิดว่ามันสนุกดี เพราะมันไม่ต้องคิดอะไรเลย อนิเมแสดงออกอย่างโจ่งแจ้งว่าไม่ต้องคิดอะไร พอเราไม่คิดอะไรมันก็สนุกดีเหมือนกัน ต่างกับอนิเมหลายเรื่องที่พยายามบอกว่าต้องคิดอะไร แต่เอาเข้าจริงกลายอะไรไม่รู้ คิดไปทำไม หรือคิดไปแล้วมันไม่ถูกใจ มันก็กลายเป็นไม่สนุกแทน

Checkpoint# นมใหญ่มาก, ฉากแอ็คชั่นสวย, ตัวละครเยอะ
คะแนนรวม: B
ความน่าติดตาม: 51/100

ชานะ III Final

ปกติแล้วผมจะไม่เขียนถึงอนิเมภาคต่อ แต่เรื่องชานะนี้ที่ยกเว้นไว้ไม่ได้ว่าเพราะต้องการจะจิกกัดแฟนบอยอย่างไร แต่เป็นเพราะว่าผมไม่เคยดูชานะมาก่อนเลยต่างหาก ดังนั้นสำหรับผมแล้วชานะ III Final จึงเป็นอนิเมตอนแรกที่ผมได้ดู ฉากเริ่มเรื่องนั้นทำได้ดีจนน่าตกใจจนผมคิดว่าโอ้ J.C. ถ้าเอาจริงก็ยังทำได้อยู่นี่นา (ช่วงคริสมาสจนถึงยูจิเป็นจอมมาร) แต่ทันทีที่พ้น Part แรกของเรื่อง ตัวงานดรอปลงอย่างรุนแรง กลายเป็นงานคุณภาพธรรมดาๆ หรืออาจจะแย่กว่าอาเรียด้วยซ้ำ เท่าที่ผมถามคนโน้นคนนี้ ดูเหมือน J.C. จะเจอทางตันจากการดัดแปลงงานต้นฉบับจนหาทางลงไม่ได้ ก็เลยดริฟท์ข้ามเหว(หรือลงเหว?)จนกลับมาต่อกับนิยายได้ในที่สุด สำหรับตอนแรกนี้มีฉากอธิบายเยอะอยู่ เพราะว่าต้องปูพื้นอันมากมายจากภาคที่แล้ว ผมก็เก็ทมั่งไม่เก็ทมั่ง นั่งดูคุเกี้ยยยยยไปเรื่อยๆแล้วก็จบตอนแบบงงๆ เอาเป็นว่า…. ก็ไม่ถึงกับแย่เท่าไหร่ละมั้ง แล้วก็เรื่องชานะเนี่ยมันมีธีมเรื่องยังไง ทำไมแต่ละคนแต่งตัวกันสุดพระเดชพระคุณคนละเรื่องขนาดนั้น เป็นสตรีทไฟท์เตอร์เหรอ ต้องแต่งชุดประจำชาติเนี่ย

Checkpoint# ดริฟท์, คุเกี้ยยยยยยย
คะแนนรวม: C+
ความน่าติดตาม: 32/100

คิมิโตะโบคุ

เรื่องราวของหนุ่มน้อยสี่คนที่เป็นเพื่อนกัน ใช้ชีวิตไปวันๆ ทำโน่นทำที่ ดูเผินๆจะได้กลิ่นยาโอย แต่ถ้าตั้งใจดูจะไม่ยาโอยหรอก ยกเว้นว่าคุณจะใส่ฟิลเตอร์ชั่วร้ายลงในจิตใจซะเอง งานอยู่ในระดับกลางๆ ไม่ดีไม่แย่ อยู่ในระดับเหมาะกับโทนเรื่องเนิบๆดี แม้ว่าอนิเมเรื่องนี้จะมีตัวละครหลักเป็นชายสี่คน และใน Opening เองก็ไม่มีตัวละครหญิงเลยสักคน(มีตัวประกอบหญิงนิดหน่อยมั้ง โผล่มาคนละเฟรม) แต่จริงๆแล้วสาวๆในอนิเมเรื่องหน้าตาสะสวยมาก ไม่รู้ว่าตั้งใจหรือเปล่า ตัวประกอบที่เดินผ่านไม่มีชื่อ นั่งซดน้ำชาเล่นกับแมว ล้วนแต่เป็นตัวละครหญิงหน้าตาดีทุกคน เพียงแต่ไม่ได้มีบทในเรื่องเท่านั้น…. อ้อคุณครูก็น่ารักดีนะ สำหรับอนิเมเรื่องนี้สิ่งที่ผมประทับใจมากที่สุดกลับไม่ใช่อารมณ์ของอนิเม เรื่องราวฮีลลิ่ง หรือตัวประกอบแต่อย่างไร สิ่งที่ผมประทับใจที่สุดก็คืออนิเมเรื่องมีแมวเยอะมาก! ระหว่างเดินเรื่องจะชอบแทรกคัทภาพแมวในอิริยาบทต่างๆเข้ามาเป็นระยะๆ แล้วแมวก็น่ารักสุดๆ ดูแค่แมวก็คุ้มแล้ว

Checkpoint# เคองเวอร์ชั่นผู้ชาย, แมว!!
คะแนนรวม: C
ความน่าติดตาม: 29/100

P4A

ตอนที่ P4 ประกาศว่าจะทำอนิเมและเป็นเกมไฟติ้งทั้งๆที่ตัวเกมหลักวางขายไปตั้งแต่ 3 ปีก่อนนั้นก็ทำเอาแฟนบอย P4 ออกอาการคลุ้มคลั่งตั้งตารอกันมากมาย ตอนเปิดให้จองแฟนบอยก็แห่กันไปจองจนติดอันดับ 1 อยู่หลายวัน(แล้วก็ร่วง) ผมเองก็เป็นแฟน P4 เหมือนกัน ก็อยากจะชมตัวละครที่ชอบมากระโดดโลดเต้นในอนิเม (ผมอยู่สายยูกิโกะครับ) แต่พอผมได้ดูอนิเมตัวจริงก็เกิดคำถามในใจขึ้นมามากมาย

อนิเมพยายามจะสื่ออารมณ์ของเกมออกมาแบบทื่อๆด้านๆ ในเกม P4 นั้นตัวเอกจะให้ผู้เล่นแทนตัวเองลงไป ดังนั้นตัวเอกจะไม่มีคาแรกเตอร์ บทพูดก็ไม่มียกเว้นเวลาเลือกคำตอบ ตัวอนิเมใช้วิธีทำให้ตัวเอกเป็นคนพูดน้อยไร้อารมณ์แทน มันเลยทำให้อารมณ์ในเรื่องจืดไปหมด เหตุการณ์ในเรื่องก็ยกมาจากเกมทั้งดุ้นโดยแทบไม่ดัดแปลง แล้วก็ยังยัดสัญลักษณ์จากเกมเข้าไปเยอะมาก มันมีทั้งที่ยัดเข้าไปได้อย่างลงตัวและยัดเข้าไปได้อย่างตะขิดตะขวง(และอย่างหลังมันมากกว่า) เพลงในเรื่องบางจังหวะก็ยกเพลงจากในเกมมาใส่โดยอารมณ์มันไม่ได้เลย โอเคคนเล่นเกมอาจจะยิ้ม คนไม่ได้เล่นนี่จะรู้สึกว่าเพลงมันโดด ยิ่งพวกเม็ดเหงื่ออะไรเนี่ย ขัดอารมณ์มาก

และที่สำคัญก็คืองานอนิเมชั่นอยู่ในระดับแย่-แย่มาก งานธรรมดามาก รายละเอียดต่ำ ขยับไม่สวย เพลงของโชจิ เมกุโร่ นั้นก็ยังเพราะอยู่ (และนั่นอาจจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดในอนิเมเรื่องนี้) ฉากแอ็คชั่นในเรื่องทำได้ดีแค่บางฉากเท่านั้น P4A นั้นเห็นได้ชัดว่าเอาใจแฟนบอย P4 อย่างเกินพอดีจนทำให้คนทั่วไปดูไม่สนุกเลยและอาจจะไม่เข้าใจอะไรทั้งนั้นเลยก็ได้ P4A เสียความเป็นอนิเมและเล่าเรื่องได้จืดชืดคุณภาพห่วย เป็นแค่อนิเมที่รอให้แฟนบอยมาบูชาเท่านั้น

Checkpoint# อยากให้ P4G มีตัวเอกหญิงมั่งจัง, แฟนบอยโอนลี่
คะแนนรวม: D
ความน่าติดตาม: 28/100 ถ้าเป็นแฟนบอย บวกเพิ่มเท่ากับเลเวลบันโจตอนเล่นจบรอบสองคูณ 0.75

ไฟเบรน

ระหว่างดูเรื่องนี้ผมค่อยๆคิดออกว่ามันมีการ์ตูนเรื่องเดียวกันอยู่ในร้านเช่านี่นา แล้วผมก็ไม่ได้อ่านด้วยเพราะพลิกๆดูแล้ววาดไม่สวย… ไฟเบรนเป็นอนิเมแนวพัซเซิล(?) ก็เกี่ยวกับพัซเซิลไขปริศนานั่นหล่ะ อารมณ์ของเรื่องนี้จะสูตรสำเร็จหน่อย คล้ายๆจัมพ์อนิเม คาแรกเตอร์ดีไซน์ก็หน้าตาตลกๆ พัซเซิลก็แปลกๆ ก็ไม่ถึงกับไม่สนุกเสียทีเดียว แต่ก็ไม่มีความน่าติดตามเช่นกัน

Checkpoint# ไม่มี
คะแนนรวม: D
ความน่าติดตาม: 17/100

มาชิโระอิโระ

อนิเมที่สร้างจากเกมจีบสาวถ้าตัวละครหัวสีผมจะไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ แต่เรื่องค่อนข้างผิดคาดเลยทีเดียว ช่วงแรกของเรื่องที่เป็นช่วงพี่ตามหาน้องสุดเอ๋อผ่านทางโทรศัพท์นั้นทำได้สนุกมาก เรื่องง่ายๆ สบายๆ สื่อออกมาได้อย่างน่ารัก งานก็คุณภาพดีเลย (แต่รำคาญสีผมจัง) แต่ทันทีที่ขึ้นครึ่งตอนหลังมันก็เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังตีน ทุกอย่างกลับกลายเป็นสเต็บมาตรฐานอนิเมที่สร้างจากเกมจีบสาวโดยสิ้นเชิง เพื่อนพระเอกที่คอยให้ข้อมูล ย้ายมาเรียนโรงเรียนสตรี เหมดโนตมที่พูดจาไร้สาระ นางเอกที่เจอกันโดยบังเอิญและเหมือนจะถูกชะตาก็ต้องมาเกลียดขี้หน้ากันแบบจำเป็น รีแอ็คชั่นเว่อๆตลกๆ อะไรทุกอย่างที่ดูเป็นเรื่องเป็นราวในครึ่งตอนแรกนั้นหายไปอย่างสิ้นเชิง ความประทับใจทั้งหมดก็มลายหายไปด้วย อาจจะยอมทนดูต่ออีกหน่อยเพราะหวังว่าจะได้เห็นบรรยากาศแบบครึ่งตอนแรกอีกครั้ง

Checkpoint# คุณน้องน่ารัก, ครึ่งตอนแรกสนุก
คะแนนรวม: C+
ความน่าติดตาม: 16/100   ถ้ามีแค่ครึ่งตอนแรก คะแนนเป็น 3 เท่า

บุโซชินกิ

บุโซชินกิเดิมทีนั้นเป็นของเล่นกับเกมมาก่อน ผมก็ไม่ได้สนใจวงการนี้สักเท่าไหร่ ลักษณะจะคล้ายๆกับ Mecha Musume ที่เป็นครึ่งหุ่นยนต์ครึ่งสาวน้อย (ตอนแรกที่ดูก็ไม่รู้จักหรอก มาหาข้อมูลทีหลัง) เริ่มเรื่องมาเปิดด้วยฉากแอ็คชั่นการต่อสู้ของสาวน้อยบินได้สองคนกลางเวหา สู้กันไปสู้กันมามีคนนึงร่วงลงไปบนรถบรรทุก….ปรากฏว่าตัวนิดส์เดียว…. ตัวเท่านี้เองเรอะ จากนั้นก็ตัดไปที่มุมของพระเอก ดูเหมือนว่าโลกในเรื่องจะเป็นโลกที่เด็กประถมชาวญี่ปุ่นนั้นเล่นของเล่นลามกโอตาคุกันอย่างเปิดเผย ไม่ว่าผมมองยังไงไอ้บุโซชินกิพวกนี้มันก็สาวน้อยเกือบเปลือยทั้งนั้น แล้วเด็กประถมก็เอามาเล่นกันจับโน่นจับนี่แหกโน่นแหกนี่… อร้ายยย! เด็กประถมมันลามกกันจริงๆ แต่ยังไม่ทันไร…ก็จบตอน อนิเมมันยาวห้านาทีเอง

Checkpoint# สิ้นหวังแล้ว สิ้นหวังกับประเทศญี่ปุ่นที่เด็กประถมเล่นของเล่นสุดเอโร่ยแล้ว!
คะแนนรวม: B
ความน่าติดตาม: 12/100  ขี้เกียจดู….

กันดั้มทอด

แม้ตอนเด็กๆผมจะเคยซื้อฮัมบราบี้กับเฮียคุชิกิมาต่อเล่น แต่ผมไม่เคยดูกันดั้มซีรี่ส์จบทั้งซีรี่ส์มาก่อนเลย และนี้ก็เป็นอีกครั้งที่ผมดูกันดั้มตอนแรก กันดั้มเอจนั้นเป็นที่ฮือฮาอย่างมากตั้งแต่ตอนเปิดตัวใหม่ๆแล้วว่าทำไมถึงจับกลุ่มเป้าหมายเด็ก ทำไมถึงต่อสู้กับมนุษย์ต่างดาว(กันดั้มทุกภาคจะเป็นการต่อสู้ระหว่างมนุษย์) หลังจากที่ดูตอนแรกไปก็เป็นจริงอย่างที่กังวลกันทุกอย่าง กันดั้มเอจเป็นกันดั้มขายเด็ก เด็กโข่งกันดั้มทั้งหลายจึงไม่ถูกใจเป็นอย่างยิ่ง

พระเอกมาแนวอัจฉริยะเก่งเทพแต่เด็ก ประกอบกันดั้มเอง ฉลาดกว่าผู้ใหญ่ กันดั้มเอจพยายามยัดสัญลักษณ์ของกันดั้มเข้าไปอย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะเป็นฮาโล่ ยูนิฟอร์ม ตัวละครลุงหนวดผู้บัญชาการ และก็ยังเปิดตัวด้วยสถานการณ์สุดคลาสสิคแห่งกันดั้มก็คือพระเอกโดนบีบบังคับให้ต้องขับกันดั้มแบบจำยอม แต่กลับเก่งเทพจนเอาชนะศัตรูกระจอกได้(ซึ่งนักบินหลักสุดเก่งจะแพ้) จังหวะ ความรุนแรง การนำเสนอ บรรยากาศ ทุกอย่างแสดงออกว่าเป็นอนิเมขายเด็กอย่างโจ่งแจ้งจนแฟนกันดั้มโข่งทั้งหลายทนดูไม่ได้ รวมๆแล้วคุณภาพงานก็ไม่ขี้ริ้ว เน้นสบายตาเสียมากกว่า

ผมว่ากันดั้มเอจนั้นยอมทำลายกรอบเดิมๆและเสียตัวตนบางอย่างเพื่อก้าวไปในจุดที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยเหยียบย่างเข้ามา หนุ่มน้อยวัยทีนที่หน้าตาไม่แก่เกินวัยนั้นนอกจากจะเป็นตัวแทนของเด็กๆที่จะสวมตัวตนลงไปแล้ว ยังเป็นอาหารตาให้สาวฟุทั้งหลายจับมาจินตนาการไม่ดีมางามประเจิดประเจ้อได้เป็นอย่างดี
Checkpoint# เด็ก, คนแก่รับม่ายด้ายยย!!
คะแนนรวม: B
ความน่าติดตาม: 10/100  ได้ยินว่าตอนสองยามาดะเป็นนางเอก +30 คะแนน

ทามายุริ(ระ)

อนิเมที่มีแต่สาวๆที่เหมือนจะยูริแต่ก็ไม่ยูริซะทีเดียว เป็นอนิเมแนวเยียวยาจิตใจบรรยากาศคล้ายๆ ARIA ง่วง… เนิบ…. ชวนหลับ ไร้ไคลแม็กส์ อารมณ์เนิบนาบ จำอะไรก็ไม่ค่อยได้ งานก็งั้นๆ สนุกก็ไม่สนุก ประทับใจก็ไม่ประทับใจ ดูแล้วยังไม่หลับจนจบนี่ก็รู้สึกทึ่งในความสามารถตัวเองแล้ว

Checkpoint# ง่วงมาก
คะแนนรวม: C+
ความน่าติดตาม: 8/100

(F)

มาเคนคิ!

ช่างน่าประทับใจเหลือเกินที่ในซีซั่นนี้ก็ยังมีอนิเมที่เริ่มเรื่องด้วยการเอาพระเอกหกล้มหน้าทิ่มจับนมนางเอกอยู่เหมือนเดิม ช่างเป็น Event ที่ควรค่าแก่การอนุรักษณ์จริงๆ  มาเคนคิเป็นอนิเมที่ชุดนักเรียนหญิงในเรื่องเป็นกระโปรงสั้นไม่พ้นจิ๋ม ขนาดยืนตรงๆยังเห็นกางเกงในได้ และผู้หญิงในเรื่องมีหน้าอก Cup F ทุกคน ด้วยความที่งานค่อนข้างดี ผมก็เลยดูไปได้จนเกือบจบตอนแน่ะ แต่ก็ได้แค่เกือบจบนะ…..

Checkpoint# กางเกงในโผล่, นมใหญ่มาก
คะแนนรวม: F
ความน่าติดตาม: 0/100

มาจิโค่ย
ไม่สนุก

Checkpoint# ไร้สาระ ห่วยแตก
คะแนนรวม: F
ความน่าติดตาม: 0/100Last Exile 2 ไว้จะมาเพิ่มทีหลังนะครับ

  1. ซีซั่นนี้ที่พอดูไปแล้วน่าสนใจสุดดันเป็น Un-Go แฮะ อารมณ์ตอนดูไม่รู้ทำไมดันรู้สึกถึงเกมซีรีย์ Ace Attorney ตัวละครแปลกๆ คดีดูเพี้ยนๆ มีเรื่องเหนือธรรมชาติเข้ามาเกี่ยว งานภาพก็ดีการันตีโดย bones แต่หน้ายาวจังโคกะ ยุน (พระเอกบางมุมเหมือนเฮย์ขี้เมาตบเด็ก ตัวละครหลายๆตัวก็นึกว่าดูกันดั้ม00)

    ที่เหลือดูก็ Working แต่ดันไม่สนุกเท่าภาคแรกแฮะ มุกดูซ้ำๆจนบางทีมันน่าเบื่อไปหน่อย แต่ก็ยังโอเคล่ะนะ

    P4 นี่ดูตอนแรกไม่ถูกใจอย่างแรง เกมยังไม่ได้เล่น รอภาค Vita อยู่ เลยไม่รู้จะดูต่อดีไหม

    Gundam Age ตอนแรกไม่สบอารมณ์ ตอน 2 ดูน่าสนใจมากขึ้น ยังไงก็คงดูต่อ ชอบคอนเซพสงครามหลายช่วงอายุคน

    ชมรมคนไร้เพื่อน ซื้อนิยาย อ่านไปได้ 2-3 หน้าก็วางทิ้งเหมือนกัน อนิเมลองดูผ่านๆก็ไม่ถูกใจ กลายเป็นว่าโคตระชอบมังงะที่โดนหลายคนด่าสุดแฮะ ถูกใจลายเส้นกับหน้าสาวๆเวลาเกรียนจนไม่ห่วงสวยชะมัด

    Last Exile นี่สงสัยต้องไปหาภาคแรกมาดูทบทวนความจำก่อนแฮะ

    • คนไร้เพื่อนมังงะคนไม่ชอบเยอะเหรอครับ ผมว่าก็สนุกดีออก
      วาดก็สวย ด่ากันมันส์โคตร เกรียนแตกกันไม่เกรงใจ

      • เปรี้ยว

        +1

      • แบบว่า…เห็นลายเส้นเมื่อเทียบกับไลท์โนเวลแล้วมันไม่สบอารมณ์น่ะค่ะ
        ที่จริงหนูก็ยังอ่านไม่จบหรอกนะคะ ที่งไลท์โนเวลทั้งมังงะ อนิเมะก็เห็นน้องดูผ่านๆ=w=

  2. เปิดซีซั่นมาสองสามตอนที่ถูกใจสุดตอนนี้ดันเป็น C3 ที่ตอนแรกโคตรcliche
    มีแต่เสียงป้าทามูระยูคาริที่เป็นแรงจูงใจให้ดูต่อ จนไปถึงฉากบู๊สู้กันแขนขาดเลือดสาดกระจายโน่นแหละ

    เฟทซีโร่มีข้อดีอีกข้อคือภาคนี้ไม่มีพระเอกน่ารำคาญ
      Horizon นี่แนะนำให้ปิดซับแล้วดูแต่นมกับชุดรัดรูปจะบันเทิงกว่า
    ส่วนชานะ3 ก็ตามนั้น ภาคสองนั้นกว่าจะทนดูจบก็หลังมันฉายจบสักสองปี

    นอกนั้นก็ไม่รู้จะดูอะไร LE ยังไม่ได้เปิด ไม่รู้เปิดแล้วจะระลึกชาติตอนดูภาคก่อนได้รึเปล่า มันช่างนานเหลือเกิน โอ้ ยุครุ่งเรืองของกอนโซ

  3. Guilty Crown เพลงแต่งโดย supercell การันตีคุณภาพอยู่แล้วฮะ(แต่คนร้องไม่ใ่ช่นางิแฮะ………)

  4. ซีซั่นนี้เท่าที่ดูๆไปชอบc3 กับ fate/zeroมาก
    ส่วนเรื่องอื่นก็เฉยๆซะส่วนมาก แต่คิดว่าเรื่องที่น่าจะชอบที่สุดในซีซั่นนี้คงจะได้ดูทีหลังสุดแหละ เพราะที่ผ่านๆมาเรื่องที่เคยบ้าในซีซั่นก่อนๆมักจะได้มีโอกาสดูหลังสุดเลย

Leave a Comment