351 | จุดเปลี่ยนของชีวิตที่คาดไม่ถึง

จริงๆเรื่องมันก็เกิดขึ้นนานพอสมควรแล้วล่ะแต่ไม่ได้มาเขียนซะที เรื่องมันก็มีอยู่ว่าวันนั้นเป็นวันเสาร์ ตอนเย็นเลิกเร็วผมก็ขับรถกลับบ้านตามปกติ ช่วงนี้ผมติดใจร้านอาหารร้านนึง ก็ไม่ได้เป็นร้านใหญ่โตอะไรหรอก ร้านในฟู้ดที่เดอะมอลนี่หล่ะชื่อร้านโนบิตะ มีบุฟเฟ่ชื่อเดียวกันอยู่ที่ไหนไม่รู้ไม่เคยไปกิน แต่มันมาเปิดสาขาที่ฟู้ดเซ็นเตอร์ในเดอะมอลรามคำแหง ราคาก็ถูก เพียง 60 บาทก็ได้ทั้งเซ็ทข้าว มิโสะ ผักแนม แล้วก็อะไรก็ได้ย่าง กุ้ง ปลา หมู หอย ไรก็เลือกเอา แถมยังได้เยอะสมกับที่เดิมเป็นบุฟเฟ่มาก่อน ผมก็กินเนื้อลายย่างแสนอร่อย เสร็จก็ซื้อหนังสือการ์ตูนสองสามเล่มแล้วกลับบ้าน

ปัญหามันเริ่มเกิดหล่ะ…. ระหว่างทางขับรถกลับเนี่ยผมเกิดปวดขี้ขึ้นมา… แต่ก็ไม่ได้ปวดมากนักถึงขั้นเหงื่อกาฬแตกซ่าน ผมก็อดทนไว้แล้วก็ขับรถกลับบ้านด้วยสปีดที่เร็วขึ้น 25% ครั้นพอจะถึงบ้านแล้วข้าศึกมันเริ่มถอยกลับผมเลยชะล่าใจแวะร้านเช่าหนังสือก่อนเข้าบ้านซะหน่อย ระหว่างเลือกหนังสืออยู่ดีๆข้าศึกมันก็บุกอีกครั้ง! โอพระเจ้าช่วยใครก็ตามที่เคยอั้นขี้คงจะเข้าใจความรู้สึกของผมในเวลานั้น หลังจากขมิบตูดจ่ายเงินผมก็ซิ่งรถเข้าบ้านอย่างรวดเร็ว

วันนั้นไม่มีใครอยู่บ้าน ผมก็ลงไปเปิดประตูเองด้วยท่วงท่าราวกับโกคิอเวจีสังหารชั่วพริบตา หลังจากเปิดประตูเข้าบ้านผมก็ไม่สนใจใยดีหมาแมวที่มารุมล้อมขอข้าวกินเลยแม้แต่น้อย แดชสามครั้งถอดกางเกงเข้าห้องน้ำอย่างรวดเร็ว วินาทีนั้นเองก็ช่วยตอกย้ำอีกครั้งว่าเหตุใดโลกเรานี้ถึงเรียกห้องน้ำว่าสุขา…. หารู้ไม่ว่าเรื่องน่ากลัวที่แท้ใจมันยังไม่เกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อย หลังจากปลดทุกข์ขึ้นสวรรค์เรียบร้อยแล้วผมก็เปลี่ยนเป็นใส่กางเกงเลอยู่บ้าน แล้วเอากางเกงยีนส์พาดไว้บนเครื่องซักผ้า วันนั้นผมไม่มีธุระอะไรต้องออกนอกบ้านอีกแล้วก็เลยชิลๆ คลุกข้าวให้หมาแมว แล้วก็เปิด FF14 เล่นจนดึกดื่น(ตีสาม)ตามประสาวันว่างที่พรุ่งนี้นอนตื่นสายได้ไม่มีขีดจำกัด

วันรุ่งขึ้นผมตื่นมาก็นั่งเล่น FF14 นิดหน่อยตามปกติ (เริ่มเล่นเช้าเล่นเย็นอีกแล้ว…) พอลงไปข้างล่างก็เจอแม่บอกว่า กางเกงยีนส์ที่พาดไว้ให้ซักน่ะซักให้แล้วแต่มันมีโทรศัพท์ติดอยู่ด้วย เอาออกจากเครื่องซักผ้ามามันร้องไม่หยุดเลย…. ผมก็นึกได้ว่าเมื่อวานรีบขี้ไปหน่อยไม่ได้เอาโทรศัพท์ออกจากกระเป๋ากางเกงนี่หว่า (แต่กระเป๋าตังเอาออกมาแล้วแฮะ) ผมก็รีบไปดูใจเจ้า Nokia 5310 เครื่องประจำของผม พบว่ามีอาการแบตเตอรรี่ร้อนมากและมีเสียงดัง ตื่อๆๆๆๆๆๆๆๆ ไม่หยุด ผมกลัวว่าแบตมันจะระเบิดก็เลยถอดแบตออกก่อน มันก็หยุดร้อง ผมก็เอามันไปตากแดดไว้แล้วก็กลับไปเล่นเกมต่ออย่างไม่ยี่หระ….

ตกเย็นผมก็ยังคิดว่าโทรศัพท์ Nokia เนี่ยต่อให้เอาไปซักรวมกับกางเกงยีนส์และผ้าทั้งถัง ปั่นน้ำ ปั่นซัก ปั่นแห้ง นาน 1 ชั่วโมง 20 นาทีแล้วก็ตาม เพียงเอาไปตากให้แห้งก็จะสามารถใช้งานได้เหมือนเดิม แต่ดูเหมือนมันก็เป็นความเชื่อผิดๆ ผมลองต่อ Nokia 5310 ของผมเข้ากับสายชาร์จ (ไม่กล้าเสียบแบต กลัวระเบิด) มันก็ครางโหยหวนดัง “ตื่อออๆๆๆๆๆ” ออกมาไม่หยุด… ถ้ามีนอยส์หน่อยนะจะเหมือนกับเสียงวิทยุในไซเลนท์ฮิลเลย

สรุปว่าพังครับ หลังจากผมได้ใช้ชีวิตอิสระแบบไม่มีโทรศัพท์อยู่สามสี่วันก็โดนด่า เพราะเรียกมาใช้งานไม่ได้ ผมจึงได้รับไอเท็มชิ้นใหม่ Nokia 2310 เครื่องเก่าของแม่อันแสนจะคลาสสิค หน่วยความจำภายในมากถึง 4 Megabytes! ไม่มีช่องใส่ SD Card หน้าจอขนาด 96×68 pixel แสดงสีได้ถึง 65k สี มีระบบสั่นและเปิด MP3 ไม่ได้ แถมยังมีริงโทนโพลีโฟนิค! เก๋ามากๆครับ ควักออกมาทีนี่ Samsung Galaxy, iPhone4 หรือ Blackberry ชิดในไปเลยน้อง

ก็คงใช้เครื่องนี้ไปก่อนแล้วรอดู iPhone5 ว่าจะมีอะไรมั่ง เห็นเขาลือๆกันว่าจะออก iPhone4 รุ่นสำหรับยาจกมาขายด้วย ผมก็เล็งๆรุ่นยาจกนี่หล่ะ อยากได้อยู่ แต่ก็ไม่ได้ใช้มากมายอะไรขนาดนั้นเลยไม่อยากซื้อตัวแพง ถ้ามันออกมาจริงแล้วสเป็คไม่ขี้ริ้วผมก็จะทำตัวให้สมกับเป็น Apple Zealot ซะหน่อย

แถม ผู้อยากมีส่วนร่วม

  1. ยินดีด้วยครับ ;)
    ว่าแต่ตั้งหัวข้อซะน่ากลัวเชียว นึกว่ามีเรื่องคอขาดบาดซะอีกน่ะครับ………..

  2. มันเป็นจุดเปลี่ยนตรงไหนอะคร้าบ แค่เปลี่ยนโทสับ

    • ออ ตอนขี้นี่อ่านหนุกมากเลยอะ

      • คนทั่วไปคงเฉยๆน่ะครับ แต่ผมเป็นคนไม่ค่อยสนใจเครื่องโทรศัพท์เท่าไหร่
        ซึ่งถ้าไม่ทำพังไปเนี่ย ผมก็คงใช้ไปเรื่อยๆ ได้อีกหลายปีเลย

        การเปลี่ยนมาเป็นสาวกแอปเปิ้ลอย่างเปิดเผยตามกระแสเนี่ย
        ถือเป็นเรื่องใหญ่ในชีวิตผมมากจริงๆ

  3. โจรโฉด

    ไอ้เราเห็นหัวข้อแล้วก็นึกว่าพี่เมี้ยวจะสละโสด …

  4. ผมก็ลงไปเปิดประตูเองด้วยท่วงท่าราวกับโกคิอเวจีสังหารชั่วพริบตา

    search เจอเพราะไอ้ประโยคเนี้ย

Leave a Comment