322 | มาโฮโชโจ มาโดกะ มากิก้า

คนที่อ่านบล๊อกนี้เป็นประจำ อย่างน้อยครึ่งนึงน่าจะรู้จักมาโดกะที่ผมจั่วหัวถึงว่าคือมาโดกะไหน คงไม่ได้หมายถึง อายูคาว่า มาโดกะ หรอก มาโดกะได้ระเบิดตัวเองกลายเป็นกระแสที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในวงการอนิเมตอนนี้ เปลี่ยนจากอนิเมเฉพาะกลุ่มกลายเป็นอนิเมกระแสหลักได้ในเวลาไม่กี่นาที ซึ่งเป็นเรื่องที่สะเทือนวงการไม่ใช่น้อย



แต่ที่ผมจะพูดถึงวันนี้ไม่ใช่มาโดกะหรอก ทำไมน่ะเหรอ ก็เพราะตอนนี้เต็มไปด้วยคนพูดถึงมาโดกะมากมาย มีการวิเคราะห์ ชื่นชม อวย ด่า กรีดร้องอย่างบ้าคลั่งสุดลูกหูลูกตาไปหมด ซึ่งผมไม่อยากเป็นหนึ่งในนั้น ใครที่สนใจจะอ่านเรื่องมาโดกะในแง่มุมต่างๆ สามารถหาอ่านได้ตามสบายครับ เพราะมันมีเยอะแยะประดุจดังดวงดาวบนท้องฟ้าเลย

สิ่งที่ผมจะพูดถึงวันนี้คืออารมณ์ที่เวลาอะไรบางอย่างที่มัน “เพื่อกู” กลายเป็น “ของสาธารณะ” ขึ้นมาในชั่วข้ามคืน ผมกล้าพูดเลยว่าก่อนที่มาโดกะจะฉายตอนที่ 3 มาโดกะนั้นเป็นอนิเม “เพื่อกู” อย่างเต็มปาก มันไม่มีใครดู มันมีความเป็นตัวของตัวเองสูง มันมีปัจจัยหลายอย่างที่มัน “คลิก” กับผม และกลุ่มที่ผมคุยด้วยนั้นมีความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า “มันเจ๋ง” แต่วินาทีที่ชาร์ล๊อตเค้กอันแสนหวานงับหัวมามิแล้วเคี้ยวกรุบๆ มาโดกะกลายเป็นอนิเมที่ “ทุกคน” หันมามอง และวินาทีนั้นเอง มาโดกะก็หมดสิ้นสถานะ “เพื่อกู” ลงในทันที

ก่อนอื่นต้องอธิบายกันหน่อยว่า “เพื่อกู” ที่ผมพูดถึงคืออะไร คุณเคยบ้างไหมเวลาที่ชอบอะไรบางอย่าง แล้วคนอื่นไม่ได้ชอบ ไม่สนใจ และไม่ได้คิดว่ามันดี แต่กระนั้นเลยคุณก็ยังชอบมันต่อไปอย่างภาคภูมิ อาจจะเป็นนิยายสักเล่ม นักเขียนสักคน หนังสักเรื่อง คุณจะรู้สึกในใจว่าตัวเองนั้นเหนือกว่าเมื่อคุณได้พูดชื่อของมันออกไปแล้วอีกฝ่ายไม่รู้จัก สมมติมีคนถามคุณว่า หนังในดวงใจของคุณคือเรื่องอะไร แล้วคุณตอบออกไปว่า Avatar หรือ Shawshank Redemption มันก็จะกลายเป็นเรื่องเซ็งๆทันที เพราะหนังพวกนี้มันเป็นหนังมาตรฐานในดวงใจคนโน้นคนนี้คนนั้นและทุกๆ คนเสมอ แต่เพื่อความเป็นตัวของตัวเองของคุณ ถ้าเกิดหนังในดวงใจของคุณมันเหมือนกับคนอื่นๆทั่วไป คุณก็จะรู้สึกสูญเสียความเป็นปัจเจกบุคคล ดังนั้นคุณจะรู้สึกเติมเต็มเมื่อได้พูดว่าหนังในดวงใจผมคือ Haute Tension หรือ Reservoir Dogs หรือหนังห่าโคตรเก่าอะไรสักเรื่องที่ใครๆก็ไม่รู้จัก เพื่อมันจะได้ยืนยันความเป็นปัจเจกของคุณ ว่าคุณนั้นไม่เหมือนใคร และคุณจะยิ้มอย่างชัยชนะถ้าเกิดอีกฝ่ายไม่รู้จักหนังเรื่องนั้นของคุณ หรือต่อให้รู้จักแล้วด่ามัน คุณก็จะยิ่งรู้สึกดีเข้าไปอีก

ผมเป็นคนแบบข้างบนครับ

ก่อนหน้านี้เคยเกิดเหตุการณ์อย่างนี้กับผมแล้วสองครั้ง ครั้งแรกคือฮารุฮิ พูดไปอาจจะไม่เชื่อกันเลย แต่ผมชอบฮารุฮิครับ ผมเคยชอบฟังฮาเรฮาเรยูไค(ไม่เคยเต้นนะ…) แต่ทันทีที่ผมเริ่มรู้ตัวว่าฮารุฮิมันเป็นกระแสหลักนี่หว่า และมีโอตาคุปัญญาอ่อนสมองนิ่มมากมายเชิดชูมันราวกับเป็นนางฟ้าประทานพร (จั่วสามใบแล้วทิ้งสองใบ) ผมรู้สึกว่าเฮ้ย กูไม่อยากไปเป็นส่วนหนึ่งในกลุ่มพวกนั้นหว่ะ กูจะทำไงดีวะ…. โอเค คุณรู้ใช่ไหมว่าผมทำยังไง…. ละไว้แล้วกัน ครั้งที่สองมันเกิดขึ้นกับบาเกะโมโน ผมชื่นชอบกันในหมู่แคบๆ พอรู้ตัวอีกที นาเดโกะของผมก็ติดอันดับท๊อปเท็นสาวน้อยที่มากสามีที่สุดในโลกไปซะแล้ว นาเดโกะของผมไม่ได้ทำอะไรเลยนอกจากเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วก็ดิ้นไปดิ้นมาเองนะ…

จากนั้นครั้งที่สามก็คือกับมาโดกะนี่เอง ก่อนตอน 3 ไม่เคยมีใครพูดถึงมาโดกะ หลังตอน 3 แม้แต่โอตาคุรากหญ้าไอคิวต่ำเตี้ยก็ยังรู้จักมาโดกะ แถมยังออกมาตะโกนเย้วๆ อูมามิหัวขาด ชินโบชั่วร้าย! คิวเบย์ไปตายซะ! โดยที่ไม่ได้รู้ห่าอะไรมากกว่านั้นเลยแม้สักกระผีกเดียว ฮะ..ฮะ..ฮะ… มันเศร้าๆยังไงชอบกลไม่รู้ ใจนึงก็รู้สึกว่าดีเหมือนกันที่มันดัง ชาฟท์จะได้เชิดหน้าชูตาเรื่องทำออริจินอลแล้วขายดี ชินโบจะได้ทำลายสถิติออริจินอลเจ๊ง 100% ซึ่งพอเงินหมุนเยอะขึ้น จักรวาลของมาโดกะก็จะขยายออกไปด้วย แต่ใจนึงก็ไม่ชอบที่มันกลายเป็นกระแสหลัก ใครๆก็รู้จัก ใครๆก็พูดถึง มันจะเซ็งอารมณ์มากเลยเวลาเห็นคนที่เราคิดว่าปัญญาอ่อนคุยกันเรื่องเดียวกับเราในแง่มุมที่โคตรจะปัญญานิ่มจนเอือมระอาที่จะอธิบาย

ก็ได้แต่บ่นน่ะนะ ผมคงห้ามอะไรไม่ได้

ปล. บาเกะโมโน(2)ยังเขียนอยู่
ปล.2 เล่น P3P อยู่ และพยายามจะเล่นแย้ 3
ปล.3 PGL 46 แล้ว อีกแค่ 4 Rank

Leave a comment ?

15 Comments.

  1. ตอนแรกก็ลุ้นว่าแฟนบอยจัดตั้งจะแห่กันไป IS แต่ตอนนี้กลายเป็นมาโดกะแทน ก็เซ็งนิดๆเหมือนกัน ของดีมันสมควรจะดังก็จริงอยู่ แต่ให้พวกวุฒิภาวะทางความคิดต่ำมาเย้วๆเหมือนกันนี่เห็นแล้วปวดใจชะมัด

  2. จริงๆ คือ คนที่โวยๆ นี่ผมว่า ไม่ได้รู้อะไรมาก่อนนั่นแหละ ดูชื่อคนเขียนบทก็รู้แล้ว ว่าต้องมาแนวนี้ ไม่ช้าก็เร็ว จะว่า โหดร้ายผมก็เฉยๆแฮะ สงสัยเพราะอ่านไอ้พวก alien nine , milk closet มาเลย แบบ อะเหรอ ตายแล้ว เร็วกว่าที่คิดนะ มากกว่า ตอนนี้ผม ไม่รู้ทำไม คิดว่าจะโดน troll โดยการที่ มาโดกะ ไม่ได้แปลงร่างยันจบเรื่องก็ไม่รู้สิ

    ปล. เล่นแย้สามสิครับ :-)
    ปล2. ฮารุฮิสนุกนะครับ โดยเฉพาะนิยาย เล่มหลังๆ

  3. จริงอยู่ที่ดูชื่อคนเขียนบทก็รู้ว่าน่าจะไม่ได้มาดี แต่ก่อนหน้านั้น Shaft ก็เล่นกับภาพสดใสไว้เยอะจริงๆ
    และจุดที่อดจะตกใจไม่ได้ก็คือ ตายเร็ว และจังหวะก็สะบัดอารมณ์แรงมาก คือจาก “ความหวัง” ไปเป็น
    “สิ้นหวัง” ในไม่กี่นาทีเท่านั้น ต่อให้รู้จักอุโรบุจิมาก่อนก็เถอะ ก็อดจะตกใจไม่ได้

    เรื่องความโหดร้าย ผมว่ามันไม่ใช่เรื่องของภาพที่สยดสยองหรอก มันเป็นเรื่องของสถานการณ์
    ในเรื่อง และสิ่งที่เกิดขึ้นมากกว่า ตัวเติมเต็มที่ดีก็คือสไตล์พิลึกๆ ที่ยัดเข้ามาในอนิเมไว้ทุกตอน
    คอยช่วยเสริมจินตนาการได้เป็นอย่างดี อย่างตอนนี้…หน้ายืดดดดดดดดดดดดดดด เลย

    คนส่วนมากไม่ค่อยรู้จักสตาฟกันหรอก เห็นชื่อชินโบก็ด่าชินโบไว้ก่อน หมอนี่มันดังสุดแล้ว
    ตอนแรกชาฟท์พยายามจะปกปิดชื่อของอุโรบุจิด้วยซ้ำ… แม่งจงใจโทรลชัดๆ

    แย้สามสองดาวแล้วครับ ยังไม่ได้เล่นต่อ

  4. ผ่านไปแล้ว

    พอเวลาสากลภูมิศาสตร์ไทยย่างเข้าวันศุกร์ เราจะนั่งเซิร์จ hourou musuko
    ในเว็บคลิปเพื่อดูตอนใหม่ แต่เปิดหน้าแรกของเพจทีไร มาโดกะมาก่อนทุกที
    ทั้งที่ฉายเวลาเดียวกัน

  5. รู้ซึ้งเลยครับ ความรู้สึกนี้….
    เหมือนเด็กที่ถูกแย่งของเล่นที่เล่นอยู่คนเดียวไม่มีใครรู้จัก
    เอาไปโชว์ให้เด็กคนอื่นๆดูว่ามันเจ๋งยังไง
    แล้วตอนนี้ ไอ้เด็กคนอื่นๆแม่งก็มีของเล่นเหมือนกันหมดทั้งชั้นเลย
    เราจะเอาไปเล่นก็โดนหาว่าโหล โดนเหมาว่าตามกระแส
    ทั้งที่จริงๆคนที่เล่นกลุ่มแรกๆนั่นมันตรูนะเฟ้ย
    เซ็งครับเซ็ง

  6. ผมชอบนะที่มีคนดู คนคุยด้วย มากขึ้น
    แต่ถ้าคนดูกลายเป็นแฟนอวยนี่ก็ไม่ชอบเท่าไหร่ อวยมากจะกลายเป็นคนอื่นจะเกลียดเอา
    อย่างมาโดกะตอนนี้ก็ยังไม่ได้ดูไว้ว่างๆอาจหยิบมาดู
    แต่กลัวจะมีกระทู้แฟนอวยกันมากเกินจนหมั่นไส้พาลไม่อยากดูเอา

    แบบกระทู้คุยกันตอนต่อตอน ข่าวใหม่ๆ ซักสัปดาห์ละ 2-3 กระทู้ก็น่าจะโอเคแล้ว
    ประเภทออกตัวล้อฟรีตั้งแต่ต้นกระทู้นี่ ถ้ามาเยอะๆนี่คงเซ็ง

    ปล.เห็นผลโหวตในพันทิปไอ้หล่อ ไขควงดาว แล้วแปลกใจ ดูเงียบๆแต่ก็มีคนโหวตเยอะพอดูเลยแฮะ ถ้าจะเป็นแฟนอวยก็ขอเป็นเรื่องนี้แหละ

    • ชอบที่ชัคกี้ว่า ออกตัวล้อฟรี เออมันใช่จริงๆ แม่งออกตัวล้อฟรีกันก่อนเลย

  7. ความรู้สึกเดียวกันเลยครับ
    เหมือนกับบาเกโมโน
    โหลดมาดูไม่นานเท่าไหร่บลูเรพุ่งกระฉูดคนดูเพิ่มมากมาย
    มันเป็นความรู็้สึกที่เซงจริงๆนั่นแหละ
    แต่ก้ล่ะนะ ถ้าไม่มีตอน3นี่ผมคงไม่ดูมาโดกะต่อหรอกครับ

  8. อ่านแล้วทำให้คิดได้ว่า คุณค่าเป็นเรื่องของจิตปรุงแต่งทั้งสิ้น

  9. อกโตคือจินตนา ฮาเร็มคือความฝัน หัวนมคือนิรันดร์ ทำงานทุกวันคือความเป็นจริง

    ในกรณีของผม…มีมาเพิ่มผมไม่ว่านะ
    จะไม่ใช่อนิเมะเพื่อกูก็ไม่เป็นไร แต่ผมเบื่ออย่างเดียว
    เบื่อพวกเกาะกระแส…

  10. โลกนี้มนุษย์เยอะเกินไป

    กำจัดออกสัก 2 ใน 3 เดี๋ยวปัญหานี้มันก็หมดไปเองแหละ

  11. ถ้าเจอแบบนี้ส่วนใหญ่ก็แค่จะคุยทับมันไปว่า “พวกมึงเพิ่งจะได้ดูกันเหรอ กูดูตั้งนานแล้วไอ้ควาย” แค่นั้น
    แล้วก็มีอีกแบบนึง คือแบบตัวเองรู้จักช้ากว่าชาวบ้าน พอพวกมันถามว่าดูเรื่องนี้ๆๆหรือยัง ก็จะบอกไปว่า กูไม่เคยดู เรื่อยเหี้ยอะไรไม่รู้จัก… แต่พอกลับถึงบ้านก็รีบไปถอดเสื้อผ้ามานั่งดูตอนใหม่สุดที่ดูค้างไว้…อะไรประมาณนั้น

    ไอ้อารมณ์แบบ กูดูก่อน แล้วพวกมันดูทีหลัง พอมันสรรเสริญกันแล้วตัวเองรู้สึกหงุดหงิดนี่กูไม่เป็นนะ
    แต่จะหงุดหงิดพอสมควร ถ้ามีใครมาโชว์กูรูโก๊คโกะว่าเรื่องนี้กูรู้เยอะกว่ามึง มึงถามอะไรมากูตอบได้หมด แต่พอกูถามมึงต้องตอบไม่ได้ แบร่ๆๆ…เหี้ยอะไรแบบเนี้ย

    มึงรู้เยอะกว่ากูแล้วบริษัทเรื่องนั้นมันจะจ้างมึงไปเป็นผู้ช่วยไดเรคเตอร์รึไงไม่ทราบครับไอ้ควาย…

  12. เออ แล้วเป็นอีกแบบ ประเภทพวกมึงสรรเสริญกันใช่มั้ย แต่กูดูแล้วกูไม่คิดว่ามันดีขนาดที่พวกมึงพูดกันนะ

    ไอ้แบบนี้นี่ได้ซัดกันนัว… แล้วถ้ามันแค่ตามกระแส มันก็จะตอบเราไม่ได้ว่าทำไมมันถึงชอบ
    พอเป็นแบบนี้มันก็จะเปลี่ยนอารมณ์เป็นโมโห หาว่ากูมองอะไรด้านเดียว

    อ้าว…ไอ้เหี้ย…

    ถ้าเรื่องนั้นมันดีจริง แล้วมึงชอบมันจริงๆไม่ใช่แค่เย้วๆตามเค้า มึงก็ต้องอธิบายให้กูเข้าใจสิ ไม่ใช่มางอนใส่กู…อะไรของพวกมึงวะ…

  13. เป็นเรื่องที่น่าสนใจที่สุด(ในซีซั่น) และตามมาแต่แรกเลยครับ แรกๆ ตามอ่านทู้ในตรุกี ส่วนตอนหลังๆ ขี้เกียจจะตามอ่านล่ะ อวยกันเยอะเกินแต่ละ rep ฟุ้งเฟ้อมาก

    แต่ทึ่อื่นนี้…ผุดเป็นดวงดาวเป็นฟ้าเลยหรอครับ? ไม่ได้ติดตามเสาะหามานัก :o

Leave a Comment