ก่อนจะเริ่มเขียนเนมผมก็ถามไปว่าจะมี contract อะไรมั้ย เขาบอกว่า contract จะมีเมื่อเริ่มลงเส้นจริง (ก็คือเนมผ่าน) ผมก็ไม่มีปัญหาอะไร (จนถึงตอนนี้วาดไปแค่สเก็ตตัวละคร) ผมบอกเขาไปก่อนว่าผมไม่เคยวาดมังงะ ผมเล่าเรื่องไม่เป็นนะ เขียนเป็นแต่ฉากแอคชั่น แล้วผมก็ใช้เวลาราวๆ 7 วันและกับเนม 25 หน้า แบบมั่วๆ เกริ่นเรื่อง 8 หน้า ฉากแอ็คชั่น 15 หน้า ตอนจบ 2 หน้า
ผมใช้วิธีดูเรื่องที่ชอบ ดูจังหวะช่อง ลำดับภาพ ระยะของกล้อง แล้วก็เอามาวาดตาม เรื่องที่ผมใช้เป็น reference เยอะมากคือเรื่อง 海が走るエンドロール (ตามล่าฝันหลังเลนส์กล้อง) เพราะรู้สึกชอบจังหวะอารมณ์เรื่องนี้ ถึงสุดท้ายจะแทบไม่เหมือนเลย แต่ก็ใช้เป็นบรรทัดฐานการเล่าเรื่องและแบ่งช่องตลอด อีกเรื่องที่ชอบก็คืออากาเนะ(ที่เล่นราคุโกะ) แต่ pace ของเรื่องเป็นแบบเรื่องยาวที่เดินเรื่องช้าๆ มีตัวละครเยอะ เลยเอามาใช้ได้ไม่มากนัก
โอเค เนมแรกส่งไปก็โดนสับตามสเต็ป อย่างแรกเลยคือเขาพยายามลดซีนเริ่มต้นลง อยากให้เข้าฉากแอ็คชั่นเร็วๆ ผมก็ยอมมั่งไม่ยอมมั่ง หลายๆ ซีนอยากให้คงไว้เพราะชอบ บางอันก็ตัดออก ซึ่ง บก. แก้แต่ช่วงเล่าเรื่องตอนต้นโดยไม่แก้ฉากแอคชั่นเลย ตอนจบก็ไม่แก้ เดาว่าน่าจะชอบพอสมควร หลังจากแก้ไปแก้มาหลายรอบ กลายเป็นว่าโฟกัสกับมิติและการปฎิสัมพันธ์ของพระเอกนางเอกหนักมาก เพิ่มหน้าไป 3 หน้า (ไอ้ที่อยากให้เข้าฉากแอ็คชั่นไวๆ มันหายไหนแล้ว…) ตัวละครคุยกันจริงจัง อยากให้บีบอารมณ์เยอะๆ โดยบก. ชี้ว่าถ้าเราขยี้ตรงนี้เยอะๆ มันจะทำให้ฉากแอ็คชั่นข้างหลังเร้าอารมณ์ยิ่งขึ้น
ล่ะกุไม่เคยเขียนมังงะเว้ย อารมณ์ตัวละครก็เขียนไม่ค่อยเป็น วาดแต่หน้าตายๆ ก็แก้แล้วแก้อีก จัดช่องใหม่ แก้บทพูด แล้วมันจะมีคีย์พอยท์คำพูดของพระเอกที่ทำให้นางเอกเปิดใจ ตรงนี้เปลี่ยนไปราวๆ 10 รอบ คิดอยู่หลายอย่าง บก. O ก็ไปคิดท่อนฮุกมาให้เลือกหลายแบบมาก ซึ่งตรงนี้ผมเริ่มคิดล่ะ ไอ้คุณบก.O แม่งอินป่ะวะ ติดใจเด็กกุอ่ะดี๊ แจ่มป่ะล่ะ เรื่องบทพูดที่เขาแก้หลายอย่างผมก็ไม่ติดใจอะไร ส่วนนึงก็เรื่องช่องว่างของภาษา แต่เพราะเป็นทิศทางเดียวกับที่ผมอยากให้เป็นและเขาจะใช้วิธีคิดมาหลายประโยคให้ผมเลือก บางประโยคผมไม่ชอบก็ปัดได้ ซึ่งก็ประนีประนอมกันระดับนึง
เกี่ยวกับการเขียนบทพูด เนื่องจากผมค่อนข้างมีวิธีคิดหลายอย่างที่แปลกๆ และเรื่องมาก ทำให้คิดบทพูดพระเอกไม่ค่อยออก เพราะจะคิดว่า “ถ้าเป็นกูจะไม่พูดแบบนี้” หรือ “ถ้าพูดแบบนี้มาฉันจะตีความแบบนี้” สวนตลอด เลยทำให้ตันบ่อยมาก สุดท้ายค่อยๆ ถอยตัวเองออกมา แล้วมองว่านี่ไม่ใช่บทพูดของผม แต่เป็นบทพูดตัวละครที่ผมสร้างขึ้นมาพูด ทำให้ความรู้สึกยึดติดลดลง
ในการทำงานร่วมกับชาวญี่ปุ่น ก็เจอข้อสังเกตหลายอย่างที่ไม่เคยเจอกับคนไทย… (คนญี่ปุ่นก็ไม่ได้เป็นแบบนี้ทุกคนแหละ) อย่างแรกคือถ้าเขาเสนอไอเดียมาแล้วเราไม่ทำและอธิบายเหตุผลไป ถ้าเขาโอเคกับคำตอบเรา เขาจะปล่อยผ่านเหมือนไม่เคยถาม… แล้วจะพูดรวมๆ ภายหลังว่าลื่นไหลดีแล้วแทน อย่างที่สอง จะตอบเมล(ดิสคอร์ด)เป็นเวลาเสมอ และบอกก่อนเลยว่าจะตอบเวลาไหน เช่นหลังเที่ยงหรือก่อนเลิกงาน แทบจะเป๊ะๆ บวกไม่เกิน 5 นาที เขาบอกว่าวันหยุดหากเป็นคำถามทั่วไปก็ส่งมาได้ ผมเคยส่งไปหนนึงเขาก็ตอบ แม้จะช้าหน่อย แต่คิดว่าไม่ส่งไปเสาร์อาทิตย์เลยน่าจะดีกว่า
แม้จะแก้หลายรอบ แต่ก็วางอยู่บนคอนเซ็ปที่ชัดเจน ผมก็เลยไม่รู้สึกว่ามีปัญหาอะไร และงานที่ออกมาก็ดีขึ้นจริงๆ คำแนะนำต่างๆ ก็เป็นมืออาชีพและชี้จุดที่ควรปรับแก้ได้ชัดเจน ตรงนี้ต้องยอมรับว่า บก. O ตั้งใจทำงานและเป็นฝั่งที่ให้ความรู้ ถือว่าเป็นเทรนนิ่งระดับสูง ต่างจากตอนเสนอเรื่องที่ส่วนนึงผมยังรู้สึกว่า “สัสไอเดียกุเจ๋ง” อยู่ ก็เลยไม่รู้สึกหงุดหงิดเวลาแก้โน่นนี่เท่าไหร่
ได้หัดเล่าเรื่องหลายๆ วิธี ได้ฝึกเขียนเนมเป็นเรื่องเป็นราว จนคิดว่าจบงานนี้เขียนเลิฟคอมดีมั้ยวะ ช่วงหลังๆ โดนขอให้เพิ่มบทบรรยายในใจพระเอกแนวกระตุ้นอารมณ์ ซึ่ง…กุเขินว่ะ ปรึกษา Gemini ก็ไม่ทำให้ “ฉันเป็นเพียงโมเดลแปลภาษา…” เลยต้องไปปรึกษา Grok แล้วมันก็เขียนนิยายประโลมโลกมาให้เป็นตับเลย…
ตลอดการปรับแก้เนม บก. แทบไม่ยุ่งฉากเลิพซีนเลย ปรับแก้แต่ส่วนต้นในการเล่าเรื่อง เลิพซีนขอแค่ให้เพิ่มโมโนล๊อกของพระเอกอย่างเดียว มีขอลำดับภาพใหม่นิดนึง แต่ผมบอกอยากได้แบบนี้เพราะแบบนี้ เขาก็ปล่อยผ่านเหมือนไม่เคยถาม… ส่วนตอนจบปรับแก้แค่รายละเอียดช่องเล็กน้อย
หลังจากแก้ไปเยอะแยะ บก. ก็วนมาถามคำถามโหดๆ อีกเช่น “คิดว่าเสน่ห์ของนางเอกคืออะไร” หรือ “จุดสูงสุดของเรื่องนี้อยู่ที่ตรงไหน” ก็ตอบไปแบบจริงจังมาก… สุดท้ายก็เพิ่มหน้าเข้าไปอีก 1 หน้าเพื่อขยี้อารมณ์ เรื่องคร่าวๆ หลังจากแก้คือนางเอกมีปัญหาชีวิต เศร้า โดนรังแก ฝนตก เป็นลม พระเอกพามาที่ห้อง ทำสปาเก็ตตี้ให้กิน หลังจากนางเอกระบายความอัดอั้น พระเอกก็ให้กำลังใจนางเอกจนเริ่มรู้สึกเปิดใจ นำพาไปสู่การเล่นเอลเดนริงมาราธอน ตอนจบนางเอกก็ชิ่งทิ้งไว้แต่โน้ทแถมไม่บอกชื่อ พระเอกก็เฮิร์ทเป็นหนังหว่องคาไว ด้วยความที่ยังไงก็ต้องแฮปปี้เอนดิ้ง ก็เลยจบแฮปปี้อยู่ดี หลังจากไม่รู้จะแก้อะไรแล้ว บก. O ก็บอกจะเอาไปคุยกับกอง บก. ล่ะ
ขั้นตอนเขียนเนม + แก้ นี้ใช้เวลาประมาณหนึ่งเดือน จริงๆ ผมเขียน 25 หน้าแค่ 7 วัน เท่านั้น นอกนั้นคือการแก้ล้วนๆ
ผลออกมาก็ตามที่เคยบอก โดนกองบก. ตีกลับมาแก้จ้า บอกว่าคุยกันนานเกิน อยากให้เข้าฉากแอคชั่นไวๆ…


ตัวอย่างที่แก้ ข้างบนคือที่แก้แล้ว ข้างล่างคือก่อนแก้ หน้าที่แก้เยอะสุดคือหน้าขวา และหน้าซ้ายคือหน้าที่เพิ่มเข้าไป ตอนแรกบทพูดนางเอกอธิบายชีวิต แต่แก้เป็นพูดรวมๆ แบบนามธรรมแล้วให้ภาพอธิบาย > ผลที่ออกมาคือคนอ่านเข้าใจ แต่พระเอกไม่รู้ และนางเอกก็ไม่ดูพูดมาก
