702 | Shadowbringers

  1. เล่าตั้งแต่ต้นเลยละกัน วันที่เปิดให้เล่น Early Access ก็ไปทำงานตามปกติ ไม่ได้ลางานไปเล่นแต่อย่างไร เข้าเกมไปตอนเย็น รอคิวแป๊บนึง ไม่นานเท่าไหร่ เล่นไปเรื่อยๆ ถึงช่วงแนะนำเมืองคริสตาเลียม เมืองสวยดี กว้างและเดินยากนิดนึง

  2. พอถึงไปคอลูเซียตามหาอลิเซ่ ก็รู้สึกว่าคนแต่งเรื่องเก่งดี ให้พวกที่หลับมาที่โลก The First ก่อน พอมีช่วงเหลื่อมเวลาก็ทำให้มีการพัฒนาตัวละครโดยไม่ต้องเสียอิมเมจ เล่นไปนิดนึงเจอเทสลีนแบกกล่อง รู้สึกน่ารัก ดูคล้ายๆ นางเอกFFBD

  3. ที่คอลูเซียเนี่ยเมืองดูร้างๆ เศร้าๆ ทำเนื้อเรื่องไปก็กะว่าเทสลีนน่าจะบทเยอะ เพราะมีเสียงพากย์ด้วย อนาคตจะได้เป็น Delivery NPC มั้ยน้า ทันใดนั้น….. คนที่เล่นก็จะเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น คนที่ควรจะตายไม่ตาย คนที่ไม่ควรตายก็ตาย

  4. เอาน่า เป็น Sin Eater เดี๋ยวอาจจะหายก็ได้มั้ง… ลงดันเจี้ยนแรก เทสลีนเป็นบอสกลางเลยจ้า…. เป็นหมัดแรกของเกมที่ย้ำให้เรารู้ว่าโลก The First เนี่ยมันโหดร้ายนะ การกลายเป็น Sin Eater ก็ไม่สามารถแก้ไขอะไรได้เลย และนี่คือความโหดร้ายของการโดนแสงกลืนกิน

  5. เกมสร้างบรรยากาศกดดันให้เราอินกับสถานการณ์ของโลก The First ตลอด เนื้อเรื่องและอีเวนท์ต่างๆ ดูโหดร้าย ทันทีที่รู้สึกว่ามีความหวัง เราช่วยกันสู้ได้นะ ก็จะโดนถีบและผลักลงไปลึกลงกว่าเดิมทันที สิ่งนึงที่ช่วยสร้างอารมณ์ได้เป็นอย่างดีก็คือเพลงประกอบ

  6. เอเม็ท ตัวร้ายภาคนี้ดูน่าสนใจดี ไม่ขี้โม้โอ้อวด ไม่อหังการ์ มีโชว์พาว พูดจากวนๆ แต่ไม่โกหก เหมือนจะร้าย แต่ก็แอบมีมุมแปลกๆ เดินตามดูพวกเราไป บอกเลาไม่ขัดขวางหรอกก็ไม่ขัดขวางจริงๆ เผลอๆ มีช่วยนิดหน่อยด้วย

  7. เนื้อเรื่องช่วงแรกโฟกัสที่มินิฟิเลีย (มินฟิเลียเด็ก) ที่โลก The First เนี่ย เกิดเหตุการณ์นักรบแห่งแสงกำจัดความมืดได้จนเกิดเหตุการณ์ The Flood การกลืนกินของแสง ในขณะที่โลกกำลังโดนกลืนกิน Oracle of Light ได้ปราฎตัวมาช่วยหยุดการกลืนกินของแสงเอาไว้ได้ ที่ให้โลกยังพอมีพื่นที่เหลือให้มนุษย์อยู่ได้

  8. Oracle of Light ภายหลังถูกเรียกว่ามินฟิเลีย มินฟิเลียจะต่อสู้กับเหล่า Sin Eater แต่ก็ไม่สามารถเอาชนะได้และตายไป จากนั้นไม่นานก็มีเด็กสาวผมทองตาสีฟ้าที่มีพลังในการหยุด Sin Eater คนใหม่เกิดมา วนลูปไปเรื่อยๆ น้องมินคนที่อยู่ในภาคนี้ก็เป็นมินฟิเลียคนนึง

  9. น้องมินน่ารัก น้องมินมาอยู่ตรงนี้ได้เพราะทรานเครดไปพาตัวออกมาจากยูลมัวร์ (อยู่ใน Openning) น้องมิน ทำตัวอึมครึมเสียงเศร้าๆ ทรานเครดก็ดูใจร้ายกับน้องมาก อารมณ์ตอนแรกคือคุณพ่อดุๆ กับลูกสาวขี้แย

  10. แต่พอเล่นไปเรื่อยๆ ก็ค่อยๆ รู้ว่าความสัมพันธ์ของสองคนนี้ซับซ้อนกว่าที่คิด ทรานเครดแอบชอบมินฟิเลีย(เก่า) มินฟิเลียเก่าเคยเข้าสิงมินฟิเลียเด็กเพื่อคุยกับทรานเครดหนนึงเลยทำให้มินฟิเลียเด็กรู้ว่า มินฟิเลียที่ทรานเครดต้องการนั้นไม่ใช่เธอ เธอเป็นแค่ตัวแทน เลยคิดว่าทรานเครดเกลียดตัวเอง

  11. แต่มินฟิเลียมีได้คนเดียว เมื่อถึงเวลาคนใดคนนึงจะต้องหายไปเพื่อกำเนิดเป็นเปอร์เฟ็คมินฟิเลีย ทำให้มินฟิเลียเด็กเอาแต่คิดว่าอยากตาย อยากให้มินฟิเลียโต(นมใหญ่) กลับมา เพื่อให้ความปรารถนาของทรานเครดเป็นจริง

  12. กลับกันในวันนั้นมินฟิเลีย(โต)นั่นแหละที่ขอร้องให้ทรานเครดปกป้องมินฟิเลีย(เด็ก) มันก็เลยสับสนหน่อย จะรักจะเกลียดเอาไงก็ไม่รู้ ทรานเครดก็เลยดูเกร็งๆ ชอบทำเสียงแข็งใส่เด็ก จะมองว่าเป็นตัวแทนมินฟิเลียเก่าก็(นม)โตไม่พออีก

  13. ระหว่างนั้น นักรบแห่งความมืด(AKA กู) ก็เดินหน้าฆ่า Light Warden ตามแผนที่ต่างๆ เก็บแสงเข้าตัวไปเรื่อยๆ ซึ่งด้วยเหตุผลอะไรไม่รู้ทำให้นักรบแห่งความมืดสามารถกำจัด Light Warden แล้วกลืนแสงเข้าตัวเองโดยไม่กลายเป็น Sin Eater ได้

  14. ปมเนื้อเรื่องตอนนี้อย่างแรกคือคริสตัลเอ็กซาร์ค (ผู้พิทักษ์คริสตัล) ที่คนเล่นทุกคนแม่งก็รู้แหละว่ามึงคือการาเทียแน่นอน แต่กลายเป็นว่าขนาดเอเม็ทที่รู้ทุกอย่าง สร้างการ์เลมาลด์จนไปถึงอลากัน มีส่วนร่วมในการสร้างคริสตัลทาวเวอร์ก็ยังบอกเลยว่าคริสตัลทาวเวอร์ไม่มีฟังชั่นเรียกตัวข้ามมิตินะเห้ย แกเป็นใครกันแน่

  15. อุริเอนเจอร์ทำตัวลับๆ ล่อๆ ในทีแรกที่พานักรบแห่งความมืดไปเจอยัชโทล่าที่ป่ารัคติก้า ยัชโทล่ายังเผลอนึกว่านักรบแห่งความมืดเป็น Light Warden (เพราะยัชโทล่าตอนนี้ตาบอด เลยสัมผัสทุกอย่างด้วยการจับอีเธอร์แทน) พอหันไปถามว่าทำไมกลายเป็นแบบนี้อุริเอนเจอร์ก็บ่ายๆ เบี่ยงๆ

  16. เอเม็ทก็หน้าแป้นแล้นเหมือนเดิม ไม่ห้ามไม่ขวางอะไรเลย เรื่องของพวกมึงจ้า อยากทำไรก็ทำไป เราก็เคลียร์เควสต์กู้ความมืด นำพากลางคืนสู่ท้องฟ้าต่อไป น้องมินเด็กน่ารักมาก เอาแต่คิดว่าอยากตาย…..

  17. แต่ทุกคนๆ คอยเอาใจช่วยน้องมินเสมอ ขนาดอุริเอนเจอร์เพื้ยนๆ ยังแอบมาให้กำลังใจ พอเล่นไปถึงตอนที่รันจิตไล่ตามมา ทรานเครดถ่วงเวลาสู้คนเดียว ให้ตัวเอกพามินฟิเลียไป คัทซีนตรงนี้ไฮป์มาก จังหวะที่เพลงขึ้นนี่เร่าร้อนสุดๆ มึงโดนกูแน่ไอ้แก่

  18. ทั้งๆ ที่รู้ว่าก็แค่ Event Battle ธรรมดาแต่มันนั่งไม่ติดอ่ะ ตอนจบที่ทรานเครดนอนหมดสภาพแล้ว Flashback ถึงมินฟิเลียนี่น้ำตาซึมอ่ะ… จบช่วงนี้แล้วในที่สุดมินเด็กได้เจอมินแก่ คุยกันเรียบร้อย อัพเกรดพลัง ทำให้น้องมินที่ได้ชื่อใหม่ว่าลิน และมีพลังที่จะตามหา Light Warden ตัวสุดท้ายได้

  19. เนื้อเรื่องถึงตรงก็ชอบแล้ว มินเด็กเป็นคาแรกเตอร์ที่ดีกว่าตัวเอก expansion เก่าๆ มาก ดูน่าเอาใจช่วย อ่อนแอ แต่ก็พยายาม เห็นแล้วอยากโอชิ ถ้าให้เทียบกับภาคเก่าๆ ลิเซ่นี่จืดไม่เห็นทำอะไรอะไรได้สักอย่าง ส่วน heavensward นั้นไม่มีตัวเอกนอกจากเรา

  20. พอเนื้อเรื่องน้องลินค่อนข้างเคลียร์แล้ว ก็รู้สึกว่าจบแล้วล่ะ จากนี้ก็ไปปราบบอสกันเถอะ แต่ลึกๆ ก็รู้แหละว่ายังไม่จบ มันต้องมีแผนที่สุดท้าย 555

  21. อีเวนท์อลังการระเบิดภูเขาเผากระท่อม บุกปราสาทปราบบอสเสร็จ นักรบแห่งความมืดรับพลังแสงไม่ไหวแล้ว อ้วกแตกเป็นแสง ระหว่างที่ทุกคนไม่รู้ว่าจะทำยังไงได้นั้น คริสตัลเอ็กซาร์คออกมาบอกกุจะรับพลังนั้นเอง!

  22. ทุกคนทำท่าจะไฝว์ แต่อุรินเจอร์ห้ามไว้ แล้วเฉลยว่า ท่านผู้พิทักษ์คริสตัลนั้นมาจากอนาคตที่ 8th Calamity เกิดขึ้น ทั้ง Scion และตัวเอก ทุกคนตายหมด เป็นอนาคตที่เลวร้ายที่สุด ต…แต่ว่า Cid ไม่ตาย!

  23. Cid และสมาชิก Ironworks ได้หาวิธีแก้ไข โดยใช้พลังและความรู้จากผลงานของนักรบแห่งแสง ใช้การหยุดเวลาของ Alexander รวมกับความสามารถในการข้ามมิติของ Omega นำมาผนวกกับรอยต่อของคริสตัลทาวเวอร์กับ The Void โดยให้การาเทียเดินทางข้ามมิติย้อนเวลาไปโลก The First และเรียกนักรบแห่งแสงมาไปที่ The First หยุดการล่มสลายของโลก เพื่อหยุด 8th Calamity อีกที

  24. เอ็กซาร์คได้เรียกอุริเอนเจอร์มาที่ The First เป็นคนแรก พออธิบายทุกอย่างไปอุริเอนเจอร์ก็ตกลงช่วยด้วย แผนของเอ็กซาร์คคือสุดท้ายเมื่อพลังแห่งแสงมารวมกันจนตัวเอกรับไม่ไหว เขาจะสละชีพเอาแสงไปทิ้งใน The Rift ให้ อุริเอนเจอร์ไม่บอกทุกคนเพราะกลัวทุกคนจะไม่เห็นด้วย

  25. ทันใดนั้นเอเม็ทก็โผล่มา บอกเดี๋ยวเรื่องมันยุ่งกูขี้เกียจจัดการ แล้วก็จับตัวเอ็กซาร์คไป ปล่อยให้ตัวเอกโดนแสงกลืนกินจนสลบไป น้องลินที่หมดบทแล้วก็มาช่วยยับยั้งการกลืนกินไว้ แต่ก็ได้เพียงแค่ชั่วคราว

  26. ฟื้นมา ทุกคนเป็นห่วงมาก มาถามไถ่และหาวิธีช่วย ตรงจุดนี้ เล่นมาตั้งแต่ 1.0 เป็นครั้งแรกของเกมที่รู้สึกว่าตัวเอก(ตัวเรา)นั้นมีตัวตนอยู่ เป็นศูนย์กลางของเรื่องราว และทุกคนเป็นเพื่อนและห่วงเราจริงๆ นะ

  27. เพราะพื้นฐานคนเล่นจะรู้ว่ายังไงตัวเอกมันก็ไม่ตายหรอก มันมีอัลทิเมทพล๊อทอาร์เมอร์อันไร้เทียมทานคุ้มครองอยู่ และตลอดเวลาที่ผ่านมา ตัวเอกเป็นเหมือนเครื่องจักรบดขยี้ หน้าที่คือกำจัดทุกอย่างขวางหน้า แม้จะได้ฉายามามากมายแต่ก็ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์

  28. แต่บทของเกมในภาคนี้ทำให้เรารู้สึกอินกับสถานการณ์สิ้นหวัง ตอนที่เปิดหน้าต่างโรงแรมออกไปแล้วท้องฟ้าเป็นสีทองเหลืองอร่าม ทำให้รู้สึกว่าสิ่งที่ทำมานั้นไม่มีความหมายอะไรเลย

  29. ที่ซึ้งที่สุดคือเฟโอมาเสนอว่าถ้าไม่ไหว ไปเป็น Light Warden แล้วอยู่กันสองคนในปราสาทลึกก็ได้นะ เฟโอที่เอาแต่โวยวายจิกกัดทั้งวัน ยังอุตส่าห์เสนอทางออกที่น่ารักในแบบของตัวเองได้

  30. แต่จริงๆ แล้วก่อนหน้านั้น เอเม็ทบอกให้ไปหาที่เท็มเปส แน่นอนว่าก็ตามไปอยู่แล้ว ยินดีต้อนรับเข้าสู่แผนที่สุดท้ายของเกม ช่วงแรกเป็นซาฮากิน กับปะการังใต้ทะเล เฟลนิดๆ แอบขำว่าโห Expansion นี้แม๊ปสุดท้ายเป็นซัสตาชาเว้ย แต่พอค่อยๆ เล่นไป อ้าวเห้ย นี่มันอะไรวะ ที่นี่ที่ไหน ไม่คิดว่าจะได้เป็นภาพแบบนี้ในเกม ทุกอย่างค่อยๆ เผยออกมาหมด

  31. ตัวตนของแอสเชียน จุดประสงค์ แนวคิด อะไรที่เคยสงสัยก็เฉลยมาหมดแบบไม่กั๊ก

  32. สรุปคร่าวๆ คือแอสเชียนเนี่ยเป็นสิ่งมีชีวิตทรงปัญญาบนดาว Amurot เทคโนโลยี วัฒนธรรม จิตใจ ความสามารถ ทุกอย่างไปถึงขีดสุด ชาว Amurot มีกลุ่มผู้นำ 14 คน คอยกำหนดทิศทางการพัฒนาและดูแลดาว Amurot

  33. (จริงๆ เคยเดาไว้นิดนึงว่าแอสเชียนอาจจะเป็นมนุษย์ แต่ดูจากคอนเซ็ปว่าเป็นตัวตนที่สมบูรณ์แล้ว คงจะไม่ใช่มนุษย์ล่ะ 555)

  34. แต่วันนึงโลกก็มาถึงจุบจบที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ชาว Amurot เห็นพ้องกันและยอมสละชีวิตไปครึ่งนึงเพื่ออัญเชิญ Primal Zodiark ออกมาหยุดมหันตภัย แต่ก็มีคนที่กลัว พลังของ Zodiark จึงเรียก Primal Hydelyn ออกมาเพื่อยั้งพลังของ Zodiark

  35. ทั้ง Zodiark และ Hydelyn ล้วนเป็น Primal ไม่ได้เป็นพระเจ้า ไม่ได้เป็นตัวตนอันสูงส่ง ถ้าจะมีตัวตนอันสูงส่งจริง สิ่งนั้นก็คือชาว Amurot นั่นแหละ

  36. Hydelyn ไม่สามารถกำจัด Zodiark ได้ แต่สามารถแบ่งได้ จึงแบ่ง Zodiark ออกเป็นส่วนๆ กำเนิดเป็นโลกสะท้อนทั้ง 13 เป้าหมายของ Ascion คือทำลายโลกสะท้อนทั้ง 13 เพื่อให้ The Source กลับมาเป็นดาว Amurot เหมือนเดิม

  37. มนุษย์ตอนนี้ก็คือชาว Amurot ที่ถูกแบ่งวิญญาณออกเป็นส่วนๆ นั่นแหละ

  38. เอเม็ทเจ๋งมาก เดิมที่คิดว่าคาแรกเตอร์เจ๋งว่ะ กลายเป็นดูมีมิติเพิ่มไปอีก เป็นแค่คนที่ทำทุกอย่างเพื่อเอาดวงดาว เพื่อนและครอบครัวกลับมา พวกเราต่างหากที่เป็นตัวตนที่บกพร่อง ไม่สมบูรณ์ ไม่คู่ควร

  39. ดันเจี้ยนสุดท้ายเท่มาก เจ๋งมาก ทั้งๆ ที่เป็นแค่ดันเนื้อเรื่องธรรมดาๆ คัทซีนก่อนเจอบอสไฮป์มาก ตอนทรานเครดตบกับรันจิตก็ว่าเร่าร้อนแล้ว แต่อันนี้แม่งสุดๆ

  40. ระหว่างที่ยอมรับว่าจะฝ่ายไหนก็ไม่มีใครผิดและจำนนต่อตรรกะและเหตุผลของศัตรู พวกเราลุกขึ้นสู้ จริงอยู่ว่าสิ่งที่เอเม็ททำนั้นก็ไม่ผิด แต่นั่นเป็นเรื่องของอดีต เราเป็นตัวตนตอนนี้ ก็ต้องต่อสู้เพื่อปัจจุบันและอนาคตของตัวเองเหมือนกัน

  41. ตอนที่เราได้พลังจากอาร์เบิร์ทมาแล้วยืนมองเอเม็ทด้วยสายตาแข็งกร้าว คำพูดที่เลือกเองถูกพูดออกไปอย่างอหังการ์ เล่นมาหลายปีไม่เคยรู้สึกว่าเท่ขนาดนี้มาก่อน แล้วก็คิดในใจว่า “ดีนะเนี่ยที่วันนี้ไม่ได้แต่งตัวปัญญาอ่อน….”

  42. มีเกม RPG มากมายที่ให้เราเลือกคำพูดตัวเอกได้ตามใจชอบ แต่ไม่เคยมีเกมไหนรู้สึกว่า “นี่แหละคือกู” เท่านี้มาก่อน (อาจจะเพราะเล่นมานานด้วย 55) จังหวะที่เอ็กซาร์คโผล่มา Heed my call, Champions from beyond the Rift!! ในใจก็คิด มันจะเรียกตัวอะไรออกมาจาก The Rift อีกวะ เอเด็นเหรอ พลังจากโอเมก้าเหรอ ลุ้นอย่างใจจดใจจ่อ

  43. ระหว่างที่รอ 15 นาทีกับ Trial สุดท้าย พอเข้าไปก็ดู Intro Cutscene ก่อนสู้บอส และก็รู้ว่า Champions from Beyond The Rift ก็คือ!!!

  44. กูอีก 7 คน!!!

  45. อารมณ์มันขึ้นมาก เห้ยแม่ง เชี่ย เจ๋งว่ะ เอามาผูกกันได้ เอ็กซาร์คแม่งใช้พลังดิวตี้ไฟเดอร์!!!

  46. ถ้าตัวที่เรียกออกมาเป็นเทพอะไรสักอย่าง บาฮามุท โอเมก้า ไฮเดลิน (ที่ตอนนี้กุก็หมดศรัทธาไปแล้ว) มันจะจืดมาก เหมือนทุกอย่างไม่ใช่เรื่องของเรา สมมติว่าเรียกบาฮามุตมาเป่า ก็อาจจะสะใจ แต่แบบ เป่าเสร็จก็จบกัน kkthx bye

  47. แต่มันไม่ใช่ มันคือกูนั่นแหละ กูนั่นแหละที่ช่วยตัวกู! ปัญหาของกู กูนี่แหละที่ต้องเป็นคนไฝ้ว์ นี่เป็นสิ่งที่เกมออฟไลน์ทำไม่ได้ บอสก็สู้มั่วๆ วิ่งตามๆ เขาไป 555 นี่แหละ พลังแห่ง Champions ไว้ค่อยแก้กรรมด้วยการไปช่วยคนอื่นแทนละกัน

  48. ตอนจบก็ยังซึ้ง เอเม็ทดูน่าสงสารมาก ถ้าอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน เราก็คงทำแบบเดียวกัน หรือจริงๆ แล้วตอนนี้เราก็กำลังทำเหมือนเอเม็ทนั่นแหละ ตอนจบเอ็กซาร์คโผล่มขอโทษ พอเราเรียกชื่อก็ถึงกับร้องไห้ (เราคือไอดอลของเขา)

  49. รู้ทั้งรู้ว่าเอ็กซาร์คคือการาเทีย แต่ก็ซึ้งอ่ะ มันพอดี ตัวตนของการาเทียมันคือ NPC คัทซีนคนนึงที่ถูกลืมไป ซึ่งก็เป็นแบบนั้นจริงๆ แม้แต่ในเนื้อเรื่อง การาเทียวาร์ปมากับคริสตัลทาวเวอร์รอให้ไทม์ไลน์ตรงกับโลก The Source เพื่อเรียกนักรบแห่งแสงมา อยู่หลายร้อยปี รอจนความทรงจำเริ่มเลอะเลือน ทำทุกอย่างเพื่อให้นักรบแห่งแสงรอดชีวิต ยอมกระทั่งสละชีวิตตัวเอง แค่ไอดอลตัวเองจำชื่อได้ก็น้ำตาร่วงทันที

  50. เหมือนโอชิเฌอปราง เปย์ไปจนหมดตัวแต่เทียบไม่ได้กับปลาวาฬ พอไปงานจับมือแล้วน้องเฌอจำชื่อได้… โห น้ำตาจิไหล

  51. ปล. ไม่ได้โอชิเฌอปรางนะ

  52. ตอนจบก็ยังเท่… โยนให้เซนอสเคลียร์เรื่อง Black Rose ได้ซะงั้น เอาไปผูกกับโลกหลักลงตัวแบบได้ไงวะ… มั่วๆ หน่อย แต่เห้ยซื้อว่ะ

  53. ตอนเนื้อเรื่อง Stormblood ค่อนข้างไม่ดี ไม่สนุก ไม่อิน แม้แต่ตอนจบก็ยังจืดจน ทำเอาหวั่นๆ ว่า Shadowbringers จะเวิร์คมั้ย จะดีสู้ Heavensward ได้มั้ย มีฝรั่งค่อนขอด เอารูปบาฮามามุทแล้วใส่ประโยคที่ว่าหายนะครั้งนี้ยิ่งกว่า 7th Calamity เสียอีกว่าเห็นฉันเป็นตัวตลกหรือไง

  54. โปรโมทซะเยอะขนาดนี้ ถ้าไม่เวิร์คจะโดนตราหน้ามั้ยเนี่ย แต่ผลตอบรับออกมาค่อนข้างเอกฉันท์ ดีจนหลายคนกังวลว่าจากนี้จะดีกว่านี้ได้ไง

  55. เอาเข้าจริง gameplay ไม่ได้พัฒนาอะไรมากมายเลยนะ หนักทางไปปรับสมดุลย์ แผนที่สวยมั่งไม่สวยมั่ง ไม่ถึงกับมีปัญหา แต่รู้สึกว่าเล็กลงนิดหน่อย บอสไฟท์ดันเจี้ยนเนื้อเรื่องยากขึ้น ซับซ้อนขึ้น แต่ไทรอัลกลับธรรมดาง่ายลงนิดหน่อย

  56. สรุปอีกทีว่า ภาคนี้ ถ้าเล่นเอาเนื้อเรื่องก็คุ้มแล้ว ใครไม่ได้เล่นนาน จะมาเล่นเนื้อเรื่อง หรือจะเล่นให้ครบ Cycle ดูสักรอบนึงให้หายคิดถึงได้เช่นกัน

  1. 17-18 ยังฮาค้างตรงลุงรันจี๊เตะรถลอยกระเด็น เลยไม่ค่อยได้ฟีล
    41-44 แต่งตัวมาสวยๆสู้ฮาเดส แม่มอัญเชิญมีมนุษย์กบติดมาตัวนึง lol

  2. ใน 1.0 เราจะได้พบ minfilia ตั้งแต่เด็กผ่าน Echo แล้วนะครับ
    ไม่แน่ใจว่า ซันเครดชอบเด็กหรือเปล่า ( หล่อนชื่อ ascilia )

Leave a Comment